ความรักของเจน แอร์ & ตำนานปีศาจญี่ปุ่น
posted on 21 Apr 2007 02:35 by gammaray in BookBook......กะเข้าโหมด R&C เหมือนเดิม แต่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัยค่ะ ขอระงับการอัพเอ็นทรี่ประเจิดประเจ้อซักพัก -*- หรือว่าตูต้องเสียพนัน 10 บาทจริงๆล่ะนี่....ขี่ม้าเลียบค่ายไปก่อนถ้าไม่มีอะไรค่อยหยิบจับนิยายที่ดองๆไว้ (และต้องน่าสนใจ) มาเขียน นิยายไม่น่าจะเป็นไรนะแต่สายสืบบอกว่าบางร้านก็เก็บเรียบเหมือนกัน เห้ออออ สถานการณ์เฉาๆอย่างนี้ยิ่งบั่นทอนอารมณ์ในการอ่านเข้าไปใหญ่ -*-
มีหนังสือน่าสนใจบางเล่มที่ไม่ได้ไปสอยมาจากงานหนังสือ รู้สึกว่าบู้ทอมรินทร์จะเป็นบู้ทที่ตกหล่นหนังสือ (ในขอบเขตความสนใจของอิชั้น) เยอะที่สุดแล้ว กว้างขนาดนั้น คนหนอนๆขนาดนั้น หรือตูเอาแต่ยืนเพ่งมุมนิยายฟะT_Tก็เลยมาซื้อลดราคานิดหน่อยเอาข้างนอก ฉะนั้นแยกออกมาจากเอ็นทรี่งานสัปดาห์หนังสือนะคะ
มีหน้าปกให้ดูด้วย ทั้งๆที่ปกติไม่คิดจะใส่ ฉลอง Categoryใหม่ เย้~ (เดิมที อะไรที่ไม่ใช่นิยาย Y ก็โมะไว้ที่ Talk) **ขอบคุณภาพปกจาก Official Site**

ความรักของเจน แอร์ : Jane Eyreชาร์ล็อตต์ บรอนเต & สดใส , แพรวสำนักพิมพ์
คำนิยมจาก "จูเลียต" (ชนิด สายประดิษฐ์ ภรรยาของศรีบูรพา) : "ต้นตำรับของนิยายรักที่เปี่ยมด้วยความหวังและพลังชีวิต" ความรักของเจน แอร์ Jane Eyre หนึ่งในวรรณกรรมเอกของโลก ต้นตำรับนวนิยายรักที่เปี่ยมด้วยความหวังและพลังชีวิต ผู้ประพันธ์มิได้ทิ้งลวดลายใoการประพันธ์ของเธอให้เป็นที่เลื่องชื่อลือนามในทางวรรณคดีแต่ประการเดียว หากได้สอดแทรกอย่างแนบเนียนด้วยสิ่งซึ่งมีคุณค่าแก่มนุษย์ทุกยุคทุกสมัย คือความยึดมั่นอยู่แต่ในทางปฏิบัติที่ดีงาม และเทิดทูนคุณธรรมขึ้นสูงเด่นเหนือความหลงติดอยู่แต่ในความหรูหรา สะดวกสบายของชีวิต อันเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ยอมรับกันว่า สังคมเมืองไทยสมัยนี้ขาดแคลนอย่างยิ่ง...........
เจน แอร์ ผู้เป็นตัวละครสำคัญของเรื่อง น่าจะเป็นตัวอย่างที่ให้กำลังใจแก่ผู้ใฝ่ดีได้ตัวอย่างหนึ่งชีวิตของ เจน แอร์ จะทำให้ผู้อ่านประจักษ์ว่า ผู้มีคุณธรรมประจำใจและใฝ่ใจในการฝึกฝนปัญญาหาความรู้ ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นที่ต่ำต้อยเพียงไร ไม่ว่าจะตกไปอยู่ในที่ใด คุณลักษณะนั้นย่อมจะช่วยเชิดชูให้ขึ้นสู่ระดับที่น่าพึงใจ และเป็นที่นิยมนับถือของบุคคลที่คบหาสมาคมด้วยเสมอ....
Gammaray's Talk (ไม่ใช่รีวิวนะโขวโบก แต่ระวังสปอยก็ดี) : เห็นที่ร้านหนังสือ แว่บแรกคิดว่าวรรณกรรมอมตะแบบนี้ต้องของสนพ.ผีเสื้อแหง หยิบขึ้นมาดูอ้าวของอมรินทร์นี่หว่า...รูปเล่มหรูหราอลังการชวนตะลึงมากค่ะ ปกแข็ง พิมพ์อักษรเงิน มีปกอ่อนหุ้มอีกชั้น เข้าสันเย็บกี่แบบโค้ง (ได้ยินว่าไม่ค่อยมีการเข้าสันแบบนี้แล้ว) มีริบบิ้นเป็นที่คั่น แล้วสีพื้นปกนอก+ปกแข็งด้านในก็กรี๊ด ชอบสีเขียวแบบนี้ม๊ากมาก และเมื่อพลิกดูราคาอะฮั้นก็ยิ่งตะลึงเข้าไปอีก 445 บาท...T_T คิดอยู่แป๊บนึงก็กัดฟันจ่ายตังค์
บรรจงอ่านตั้งแต่ความเป็นมาของวรรณกรรม คำนิยม ประวัติผู้เขียนและผู้แปลเนื่องจากเป็นวรรณกรรมระดับโลกเชียวนะเว้ย...เปล่าหรอกที่จริงเคยซื้อภาษอังกฤษมาอ่านแล้วไม่จบ คาใจ T_T อยากรู้ว่าคลาสสิกประมาณไหนถึงติดท็อปไฟว์วรรณกรรมโรแมนติก ช่วง 3 บทแรกนี่....อิชั้นต้องใช้ความพยายามอ่านอยู่เหมือนกัน เพราะไม่คุ้นกับสำนวน รู้สึกว่าเป็นสำนวนแปลที่คงความหมายของภาษาต้นทางไว้ค่อนข้างสูง ประมาณว่าI.............I............ ลองเปิดเทียบกับช่วงกลางๆเล่มดูค่ะจะเห็นได้ชัดและคงเพราะบรรยายเยอะมากกกด้วยเลยตาลายเล็กน้อย(คือถ้าเป็นนิยาย Y คงเอาไว้ทีหลัง) แต่หลังจากนั้นก็ลื่นไหลดี ไปๆมาๆเพลิน อ่านรวดเดียวจบ
อืม...หลังจากอ่านจบแล้วเนี่ย ก็คิดว่าสนุกดีนะ น่าเก็บ ไม่เสียดายเงินที่ซื้อ แต่จะว่าไปเรื่องมันออกจะดราม่าจนอิชั้นอ่านแล้วหนักๆในอกไปนิด ทั้งที่ก็รู้ๆอยู่แล้วว่ามันดราม่า เขาว่ากันว่ากุ๊กกิ๊กกว่าวิมานลอยแต่ข้อยว่า คู่ของจูดี้+คุณอาเจอวิสในคุณพ่อขายาว และคู่ลิซซี่+มิสเตอร์ดาร์ซี่ในสาวทรงเสน่ห์ (Price and Prejudice....เห็นชื่อไทยครั้งแรกแล้วเหวอ) กุ๊กกิ๊กกว่าค่ะ แบบว่าถ้าจะเทียบจำนวนครั้งที่หยิบมาอ่าน เป็นที่แน่นอนว่า 2 เรื่องหลังจะมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ^^"
สิ่งนึงที่อิชั้นผิดคาดเล็กน้อยคือ ความน่าสงสารของมิสเตอร์โรเชสเตอร์และเจน แอร์ใครๆก็รู้ว่านางเอกเรื่องนี้มีอดีตวัยเด็กอันขมขื่น พอโตเป็นสาวก็ต้องกล้ำกลืนความรักต่างชนชั้น พระเอกก็พอกัน มีอดีตที่ต้องปิดบัง ตอนท้ายเรื่องยังซวยอีก แต่พออ่านแบบฉบับเต็มเข้าจริงๆ อิชั้นคิดว่าคนที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องน่าจะเป็นพระเอกค่ะ แบบว่าเคราะห์กรรมซ้ำซัดหลายอย่าง เสียทั้งคนรักและต้องพิการ อ่านแล้วรู้สึกหนึบๆเลย ในขณะที่นางเอก มักมีคนหยิบยกชะตากรรมในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในวัยเด็กมาพูดถึง แต่อิชั้นว่ามันเป็นความทุกข์เพียงช่วงสั้นๆ หลังจากเป็นสาวเธอก็เข้าใจชีวิตและอยู่ในแบบของเธอได้ ฉะนั้นในสายตาอิชั้นชีวิตของมิสเตอร์โรเชสเตอร์ทั้งเศร้า มีสีสัน และน่าค้นหาที่สุดในเรื่อง อาจเป็นเพราะเล่าเรื่องผ่านมุมมองนางเอก เข้าใจความคิดนางเอกไปซะหมด ในขณะที่ความรู้สึกของพระเอกต้องตีความเอาจากปฏิกิริยาที่นางเอกบรรยาย เลยลุ้นว่าเออที่จริงตานี่คิดกับนางเอกยังไงเนี่ย (ใช้จินตนาการเล็กน้อยเหมือนคุณพ่อขายาวค่ะ แต่อ่านจดหมายโต้ตอบในคุณพ่อขายาวแล้วเห็นภาพเป็นฉากๆเลยว่าพระเอกคิดอะไรอยู่ มีแรงจูงใจอะไรให้ทำแบบนั้น หึงซ้า~ >//<)
พยายามขุดความทรงจำเปรียบเทียบกับละครเรื่องรักเดียวของเจนจิรา ที่วิลลี่สมัยหล่อลากไส้กับจอยเล่นอ่ะ รู้สึกว่าละครแซ่บกว่านะ อาจเป็นเพราะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เข้ารสนิยมแบบไทยๆ ทั้งเศร้าเน่าหวาน นิยายต้นฉบับมันก็แฮปปี้เอ็นด์แต่ความรู้สึกที่เหลือหลังจากอ่านจบยังแอบเศร้าๆหม่นๆยังไงไม่รุ อิชั้นว่าจะไปซื้อรักเดียวของเจนจิราเวอร์ชั่นคุณนิดาดัดแปลงมาอ่านเร็วๆนี้ ดูซิว่าเหมือนไม่เหมือนตรงไหน
ป.ล.ชอบเพลงละครเรื่องนี้มั่กๆ ได้รับอภินันทนาการ CDรวมเพลงละครช่อง 3 ของปีนั้นมาฟรีค่ะ กี่ปีก็นับเอา... เพื่อนคนไหนอยากได้กระซิบเป็นการส่วนตัวนะ

ตำนานปีศาจญี่ปุ่น เรื่อง Shigeru Mizuki แปล Marisa Kotani , คอมม์ บางกอก (เจแปนฟาวเดชั่น?)
日本妖怪事典 by 水木しげる
Gammaray's Talk : นี่ก็พลาดเลยมาตบเอาทีหลัง พร้อมกับเล่มบนน่ะแหละ ของจริงดูสวยงามน่าอ่านค่ะ ปกแข็งมันแว๊บ ขนาดกะทัดรัดเหมือนสมุดบันทึก ตอนแรกยังไม่เปิดข้างในเห็นราคาแล้วอึ้ง อึ้ง อึ้ง เล่มแค่เนี้ย 280... เปิดดูข้างในก็เข้าใจ สีทุกหน้า กระดาษอย่างหรูแบบที่ใช้พิมพ์ Illust Book แต่ก็ยังแพงนิดหน่อยนะ T^T ด้านใน มีภาพประกอบซึ่งวาดโดยผู้เขียนเอง (ตรงนี้ไม่รู้เข้าใจผิดรึเปล่า ไม่เห็นระบุชื่อผู้วาดภาพประกอบ ที่เข้าใจอย่างนี้เพราะผู้เขียนเป็นศิลปินวาดภาพการ์ตูนอยู่แล้ว รางวัลเหรียญทองด้วย) ครึ่งนึงเป็นภาพอีกครึ่งบรรยายแบบกระชับให้รู้ว่าปีศาจแต่ละตนมีที่มาตำนานปรำปรายังไง สิริรวมแล้วมีปีศาจร่วม 130 กว่าตัว...โหทำไมผีญี่ปุ่นมันเยอะงี้วะ
ที่ซื้อทั้งๆที่มีเนื้อหาไม่มากและไม่ลึก เพราะคิดว่าอ่านได้เพลินๆเหมือนหนังสือนิทาน รูปไหนน่าสนใจก็หยุดอ่านซะหน่อย แค่สั้นๆไม่เสียเวลาเท่าไหร่ ที่สำคัญอ่านไปก็อ๋อ เจอในการ์ตูนเพียบเลยนี่หว่าาาา อิชั้นเลยตัดสินใจซื้อมาเป็นปทานุกรมฉบับย่อค่ะ ไว้มีเวลาอ่านอุชิโอะกับโทร่า หรืออินุยาฉะอีกรอบแล้วจะพลิกเล่มนี้ดูไปด้วย กร๊ากก อย่างไมคุบิ (หัวลอยฟ้า) จิ้งจอกเก้าหาง แมงมุมดิน เนี่ยจำได้แม่นๆว่ามี เหอะเหอะ การ์ตูนเนี่ยถ้ามีความรู้เรื่องวัฒนธรรมญี่ปุ่นซะหน่อย อ่านไปก็จะซาบซึ้งขึ้นนะ
ที่ชอบอีกอย่างก็ ชื่อปีศาจเค้ามีภาษาญี่ปุ่นใส่ไว้ด้วยค่ะ ใครอยากค้นคว้าอ่านแบบลึกๆก็ พิมพ์ แปะใส่กูเกิ้ล แล้วอ่านไป....(ถ้าไม่มึนกับคันจิพรืดๆซะก่อนนะ)
ขออีกสองเซ็งพอประมาณที่พลาดจากงานหนังสือกะว่าซื้อแน่แต่รอลดก่อนนะ อาจเป็นงานเดือนตุลามั้ง บางเล่มราคาเหลือเกินจริงๆ - -" ก็ใส่ไว้บอกเล่าเก้าสิบนะคะ เผื่อใครอยากอ่านจะได้ไปซื้อ อ่านแล้วเป็นไงอย่าลืมบอกกันบ้างงง

วิมานลอย :Gone with the Wind มาร์กาเร็ต มิตเชลล์ &รอย โรจนานนท์ (คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต), แพรวสำนักพิมพ์
เรื่องย่อ : วิมานลอย Gone with the wind หนึ่งในวรรณกรรมเอกของสหรัฐฯ แห่งคริสต์ศตวรรษที่ 20 เจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ ปี ค.ศ. 1937 ......
พบกับ สการ์เลตต์ โอฮารา สาวน้อยผู้เอาแต่ใจตน ธิดาเศรษฐีเจ้าของไร่ฝ้ายในรัฐจอร์เจีย ที่ชีวิตต้องพลิกผันชนิดกลับหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อสงครามกลางเมืองสหรัฐฯ ระเบิดขึ้น และรัฐภาคใต้ต้องตกเป็นฝ่ายปราชัย สการ์เลตต์ต้องต่อสู้ทุกวิถีทางถึงขั้นแย่งคนรักของน้องสาว เพื่อรักษาไว้ซึ่งทารา คฤหาสน์และไร่ฝ้ายอันเป็นที่รัก และปฏิญาณต่อฟ้าดินว่าเธอจะไม่มีวันหิวโหยอีกต่อไป โดยมีคติประจำใจคือ พรุ่งนี้กับวันนี้ไม่เหมือนกัน
ชีวิตและชะตากรรมของตัวละครแต่ละคนทำให้วิมานลอยครองใจผู้อ่านมาทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่พิมพ์ครั้งแรกเมื่อกว่าเจ็ดสิบปีที่แล้ว....
Gammaray's Talk : ปกแข็งในลักษณะเดียวกับเจน แอร์ ราคาชวนสลบมากๆ 700 ฉบับพิมพ์ครั้งแรกสุดของคุรุสภาอิชั้นยังไม่เกิดเรยค่า คิดว่ายังมีขายแต่ของใหม่ก็พิมพ์ออกแล้วนี่...เหตุผลที่อยากอ่านก็เหมือนเดิม อยากลองซึมซับความอลังการของวรรณกรรมอมตะค่ะ แม้ว่าอาจต้องปรับรสนิยมเล็กน้อย(แต่คงไม่ถึงกับต้องตะกายอ่าน 55)ไม่เคยอ่านฉบับเต็มๆเลย แต่รู้จักสการ์เลตต์โอฮารา และเร็ตต์ บัตเลอร์ จากการ์ตูนญี่ปุ่น ตอนสมัยประถมหรือม.ต้นนี่แหละ จำชื่อไม่ได้แล้วแต่คนเก็บการ์ตูนเก่าคงมี ที่นางเอกเป็นนางแบบพรสวรรค์น่ะ หนุกมาก ของตัวเองหายไปแล้ว T^T ... แล้วก็มาอ่านที่เขาสปอยเลอร์ (ประมาณเนื้อหาพร้อมบทวิเคราะห์) ส่วนภาพยนตร์ไม่เคยสั่งมาดูซักทีค่ะ ที่วิเวียนลีกับคล้ากเกเบิ้ลแสดงน่ะ

ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น สม สุจีรา , สำนักพิมพ์อมรินทร์
Gammaray's Talk : ยังไม่เห็นและยังไม่ได้อ่าน เขียนสั้นสุดขีด เล่มนี้คาดว่าจะไปดูๆที่ห้องสมุด เผื่อมีให้ยืมมาลองอ่านดูก่อน 555 ได้ยินมาว่าน่าสนใจค่ะ เลยเข้าไปอ่านคำอธิบายว่าเป็นอะไรยังไง สรุปก็เป็นหนังสือแนวศาสนาหรือธรรมะ แต่แปลกๆดีตรงที่ยกทฤษฎีของไอน์สไตน์มาวิเคราะห์กับสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในสมัยพุทธกาล คือ หยิบยกความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ขึ้นมากล่าวก่อน แล้วเชื่อมโยงไปสู่ความรู้หรือความจริงทางพุทธศาสนาในภายหลัง ได้ยินเค้าพูดกันมานานแระ ที่ไอน์สไตน์บอกว่า ศาสนาที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์ที่สุดคือศาสนาพุทธ เพราะฉะนั้นน่าสนใจน้อยอยู่เมื่อไหร่กับการอ่านหนังสือเล่มนี้
P.S. ..........
ได้รับแท็ก มีอะไรอยู่ในกระเป๋า มาจากคนๆนึง ถามหน่อย เค้าแท็กปากเปล่ากันได้ด้วยเหรอ.... แต่ก็นั่นแหละเป็นที่รู้กัน (ในหมู่คนรู้จัก) ว่าอิชั้นออกจะคีฟอินดิวิด้วลไลฟ์เป็นพิเศษในสังคมการทำบล๊อก ไม่มาแปะลิงค์หรือมาบอกที่นี่ก็ดีแล้ว... ว่าแต่จะเขียนได้จริงๆเร้ออออ มันผิดกติกานี่ แล้วอยากรู้ทำไมอ่ะ เปิดให้ดูมั้ย - -"

#1 By ++ r o s i f i x ++ on 2007-04-22 02:45