งานหนังสือ เม.ย.51

posted on 31 Mar 2008 15:58 by gammaray  in BookBook

หลังจากหายไปนาน คราวนี้ก็ยังจะอัพอย่างรีบๆค่ะ และก็คงเป็นแค่มินิรีวิว...ไม่สิ  เบบี้รีวิว - -* ผสมความคิดเห็นอื่นมั่วตั้วกันไป สาเหตุมาจากหลายประการดังนี้

1.เพิ่งได้ไปเดินงานหนังสือแค่หนเดียว แค่สามชั่วโมง  รีบมาก
2.เกิดข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ในบ้าน จึงเกิดการทบทวนนโยบายและมาตรการ งานหนังสือครั้งหนึ่งอิชั้นจะพยายามซื้อไม่เกิน 15 เล่ม นอกนั้นตัดใจทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนหยิบยืมเอา...
3.ข้อจำกัดเรื่องเวลา อยู่ในช่วงที่ต้องอาศัยกำลังสมองและพลังใจในการที่จะผ่านพ้นอุปสรรคอะไรหลายๆ อย่างไปให้ได้ มีอารมณ์มาเขียนบล๊อกได้นี่ก็ไม่อยากเชื่อแล้ว - -"
 

เข้าเรื่อง ไม่พูดพล่ามทำเพลง 

จอมเวทปราบมาร 5 ตอน ปลดปล่อยวิญญาณหลงทาง ออกปีละ 2 เล่มสำหรับบุงโคซีรี่ส์ดังเรื่องนี้ โชเน็น อนเมียวจิ หน้าปกสวยไฮไซด้วยสีโทนม่วง (อย่าคิดมาก ญี่ปุ่นเค้าถือว่าสีม่วงเป็นสีที่สวยงามสูงส่ง) แอบเสียใจมากมายมหาศาลตรงที่เนื้อในเปลี่ยนชนิดกระดาษพิมพ์ T_T กระดาษแบบเล่ม 3-4 เนื้อเนียนแน่นหนาสุดๆ เลยค่ะ ชอบมากก จะเปลี่ยนทำม๊ายยย T_T.....  สรุปโดยย่อ เหตุเกิดจากนักเวทหญิงคาซาเนะ เรียกวิญญาณแค้นโมโรนาโอะในเล่ม 4 ส่งผลให้ขบวนปีศาจราตรี และวิญญาณทหารลาดตระเวนที่ตายเมื่อเกือบร้อยปีก่อนหลุดตามมาจากยมโลก มาซาฮิโระที่คอยลาดตระเวนเมืองหลวงยามค่ำคืนในฐานะอนเมียวจิฝึกหัด จึงต้องเข้าไปพัวพันด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ และเขาก็ยิ่งพบกับปัญหาหนักหน่วง เมื่อวิญญาณทหารลาดตระเวนนั้นหลุดเข้ามาอยู่ในร่างเขาซะเอง ....มาซาฮิโระ ผู้พยายามหาหนทางส่งวิญญาณนั้นให้ไปพบกับคนที่รักในปรโลก , มกคุงหรือเทพกุเรน ที่เจ็บปวดกับแผลในอดีต , นักเวทหญิงคาซาเนะ ที่ยังคงตามสังหารเซย์เมย์และมาซาฮิโระ และสุดท้าย ริวไซ บุคคลปริศนาที่ (คาดว่าจะ) เป็นศัตรูตัวฉกาจกับสองปู่หลานตระกูลอาเบะ น่าจะเป็นปมที่จะขมวดให้เกิดเนื้อหาในเล่มต่อๆ ไปให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

เล่มนี้มีฉากแอ็กชั่นค่อนข้างมาก และเนื้อหาก็เกี่ยวพันซับซ้อนเล็กน้อย แบบว่าถ้าอ่านเร็วจัดอาจเกิดอาการมึน 55 คือโดยรวมก็ไม่ได้เข้าใจยากอะไรตามสไตล์ไลท์โนเวลน่ะค่ะ แต่อิชั้นเป็นคนอ่านปราดๆ บางทีต้องสโลว์สปีดลงบ้างเพราะเล่มนี้ฉากแอ็กชั่นมันเยอะ เดี๋ยวงงว่าใครซัดเวทใส่ใคร 555 และอีกอย่าง อาจเป็นเพราะเล่มนี้สำนวนแปลค่อนข้าง กระชับมาก ยิ่งกว่าเล่มไหนๆ เนื่องจากฉากบู๊และตัดขึ้นย่อหน้าใหม่เยอะ  ประกอบกับ รู้สึกไปเองรึเปล่าหว่า.... edit แบบเร่งมือรึเปล่าคะ พวกบุพบท ที่ ซึ่ง อัน ก็ บลาๆ ออกจะตกหล่นมากกว่าเล่มอื่น....  แต่โดยรวมก็ยังชอบค่ะ เนื่องจากเป็นซีรี่ส์ที่ติดใจ ^_^v เนี่ยคิดว่าจะลงเพลง OP ตั้งแต่ปีใหม่แล้วไม่ได้ลงซะที (รีวิวหนังสือค้างไว้สองเล่มล่วยยย T T) ไว้โอกาสเหมาะจะเขียนสนองนี้ดตัวเองนะ ....ว่าแต่เมื่อไหร่อนิเมลิขสิทธิ์จะออก ดูในยูตู๊ปไม่สะใจเล๊ย ใครอยากดูก่อนไปหาดูแล้วกัน (ซาวด์ญี่ปุ่นนะ)

The Change! (Za Chanji!) สลับตัวมาป่วนวัง 1-2 รู้สึกจะเป็นที่ฮือฮากันทั่วสำหรับนิยายซีรี่ส์นี้... ตอนแรกยืนเล็งตั้งนาน...กว่าจะเมคชัวร์ว่ามันคือนิยายเล่มเดียวกับ เมื่อคุณหญิงจอมแก่นเป็นขุนนาง ถึงจะรู้สึกแปลกๆกับหน้าปกและภาพประกอบข้างในอยู่บ้างแต่ก็รีบคว้า 55 บ้านเรารู้จักเรื่องนี้มานานแล้วจากผลงานการ์ตูนของ อ.ยามาอุจิ นาโอะมิ ในชื่อ เมื่อคุณหญิงจอมแก่นแต่งงาน  และ เมื่อคุณหญิงจอมแก่นเป็นขุนนาง ซึ่งการ์ตูนทั้งสองเรื่องนี้วาดขึ้นจากต้นฉบับนิยายของ ฮิมุโระ ซาเอโกะ แอบตกใจเมื่อเห็นปีที่พิมพ์ เมื่อคุณหญิงเป็นขุนนาง โบราณเมิ่ก เมิ่กกก ตั้งแต่ปี 83 แน่ะค่ะ ไปพลิกเจอเจ๊ยามาอุจิแกทอล์คไว้ในท้ายคอมมิกส์ฉบับ 2 เล่มจบว่า ได้อ่านฉบับนิยายเป็นครั้งแรกเมื่อสมัยม.ต้น O_o 

ในตอนนี้ก็อย่างที่ทุกคนเห็น คือมีการรีพรินท์เมื่อคุณหญิงแต่งงานภาคแรก และพิมพ์ภาคสองออกมา (ซึ่งอิชั้นว่าไม่ค่อยสนุกเลยให้ตายสิ -*-) ส่วนเมื่อคุณหญิงเป็นขุนนาง สังหรณ์ใจชอบกลว่าเดี๋ยวมีตามมาแน่ ไม่ลิขสิทธิ์ก็ไพเรทนี่แหละ พักนี้ไพเรทนิยมเอาของเก่าของทำขายนี่คะ  อาทิตย์ก่อนอิชั้นยังไปยืนกรี้ดการ์ตูนรีปรินท์ครบชุดอะไรซักเรื่องอยู่หน้าร้านการ์ตูน (บ้า) หรือถ้าไม่มีแล้วใครอยากเก็บจริงๆก็หาแบบคอมมิกส์บุงโค (The Change 2 เล่มจบ)  ในส่วนของ Illust Book เมื่อคุณหญิงจอมแก่นแต่งงาน (ที่จริงมันน่าจะเป็น เมื่อคุณหญิงเป็นขุนนางมากกว่านะ อิชั้นชอบเรื่องเนี้ยยย T T) สนพ.ฮะกุเซ็นฉะขึ้นชื่อลือชาในเรื่องสามารถหาซื้อได้ตลอดกาล เพราะพี่แกจะรีปรินท์หากินตราบชั่วฟ้าดินสลาย ... อิชั้นก็เพิ่งเจียดตังซื้อ Illust Book มื่อซักสองสามปีก่อนนี่เองพิมพ์ครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รุ

พูดแล้วคิดถึงการ์ตูนแปลสมัยก่อนค่ะ เมื่อคุณหญิงเป็นขุนนาง จัดว่าเป็นการ์ตูนที่เป็นตัวอย่างการแปลการ์ตูนในดวงใจเรื่องหนึ่งเลยล่ะค่ะ เพราะเก็บความได้ครบถ้วน บรรยายสนุก และได้อารมณ์มาก เอาแค่ความฮาฉบับนิยายก็เทียบไม่ติดแล้ว (ป.ล. อิชั้นหมายถึงการ์ตูนแปลฉบับสยามอินเตอร์นะ เจ้าอื่นอ่านแล้วเครียด -*-) รู้สึกว่าการ์ตูนสมัยก่อนจะมีลักษณะอย่างหนึ่งคือไม่ได้ strick เรื่องความสละสลวยดัดจริตของภาษาเท่าไหร่ ข้อดีจึงยังคงความเป็นธรรมชาติของภาษาพูด และ match การบรรยายที่อารมณ์เข้ากับภาพการ์ตูนได้ดีกว่า อันที่จริงรู้สึกว่าสมัยนี้ความเคร่งเรื่องเก็บความครบหรือไวยากรณ์พัฒนาขึ้นเยอะเลยค่ะ แต่บางครั้งการปั้นแต่งเกินมันก็ทำให้อารมณ์ที่ควรจะมีหดหายไปเหมือนกัน อารมณ์กับความสละสลวยบางทีมันก็สวนทางกันน่ะว่ามั้ย หึหึ

สำหรับเนื้อเรื่องขอผ่านไปเลยละกัน เนื่องจากเหมือนการ์ตูนเด๊ะ 5555 ความเห็นสั้นๆ คือ นิยายก็ขำดี อ่านแล้วอมยิ้ม แต่การ์ตูนจะมีความเป็นคอเมดี้สูงกว่าในระดับที่รู้สึกได้ แต่ไม่แปลกนะ เพราะการ์ตูนเป็นการเล่าเรื่องด้วยภาพ ซึ่งภาพที่ อ.ยามาอุจิวาดแค่เห็นก็ฮาแล้ว 55+ นิยายเล่าเรื่องด้วยภาษาไม่เห็นภาพความฮาโป๊ะเช๊ะเท่านั้นน่ะ แต่ความดีของนิยายก็มีอยู่ตรงที่ สามารถบอกที่มาที่ไปได้ละเอียดกว่า ใคร ทำอะไร เพราะแรงจูงใจอะไร บางตอนในนิยายก็แอบแฝงบรรยากาศซีเรียสด้วย แต่ถ้ามองในแง่ที่เป็นนิยายแล้ว นับว่าเรื่องนี้มีพล็อตที่เวิร์คมากๆ เพราะเนื้อเรื่องพลิกผันตลอดเลยค่ะ ถ้าไม่ได้อ่านการ์ตูนมาก่อนอิชั้นคิดว่าคงเดายากเหมือนกันว่าจะจบยังไง

ข้อสังเกต
1. ไม่แน่ใจว่าต้นฉบับเรื่องของโคบอลต์บุงโคมีภาพประกอบด้วย?? เหมือนฝั่งไทยมาวาดเองรึเปล่าน่ะ ไม่รู้จริงๆใครรู้บอกที
2. ค่อนข้างอึ้ง เพราะไม่คิดว่าจะมีการนำนิยายจากการ์ตูนดังมาทำ สารภาพว่าที่จริงอีแกมม่าแอบคิดมานานแล้ว เวลาเซิร์ทเจอนั่นนี่ ชั้นอยากอ่านเพียบเลยทำไมไม่มีคนแปลมั่งวะ...เอาล่ะนี่เป็นนิมิตรหมายที่ดี ถ้ารีเควสต์จอมคนแดนฝัน, สาวแกร่ง, ไซอุน ด้วยจะด่ามั้ยคะ ^^" กำลังอยากอ่านมากกกก อิชั้นเชื่อมั่นค่ะว่า สนพ.นี้คุณภาพเลิศ ราคาประหยัด รูปเล่มเปี่ยมเอกลักษณ์ไม่มีใครเทียม ฯลฯ

สำหรับสนพ. Bliss คราวนี้ยกให้ J-Light โดดเด่นค่ะ เพราะเหตุผลส่วนตั๊วส่วนตัวคือได้หนังสือถูกใจมากๆ ตั้ง 3 เล่ม กร๊ากกก ปกติอิชั้นจะสนใจซีรี่ส์ Horror เป็นพิเศษ แต่คราวนี้ไม่ยักมีออก สงสัยต้องรอตุลา ที่ออกใหม่ก็มีซีรี่ส์ Suspense ซึ่งไม่สนใจง่ะ...  กระซิบสีเลือด กับ ยาคุโมะ นักสืบวิญญาณ กระซิบสีเลือดคงจะหยิบมาอ่านเร็วๆ นี้แน่นอนเพราะมีคนซื้อมาแล้ว = =" ของฟรีเรื่องไรไม่อ่าน แต่จะไม่ใส่เป็นรีวิวหรือพรีวิวล่ะ เพราะบอกแล้วว่า ย่อ... (ตรงไหน)

พิชิตใจองค์หญิงจำแลง เป็นหนึ่งในซีรี่ส์นิยายแปลภาษาจีนที่เพิ่งออกใหม่ มากกว่ารัก อีก 3 เล่มคือ คู่แค้น...แสนหวาน , จอมใจนายทัพ, รักประดับใจ ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะซื้อ เพราะหนังสือของสนพ.แจ่มใส บางทีมันไลท์...ไลท์มากๆเกินกว่ารสนิยมอ่ะ - -" แต่เห็นหน้าปกแล้วสนใจตรงที่เป็นแนวใหม่ๆ อยากลองอ่านดู เผื่อเจออะไรเน่าๆหนุกๆ เล่มนี้แลดูจะบีบคั้นกว่าเล่มอื่นๆด้วย เรื่องย่อ องค์หญิงซั่งกวนซีฮว่า ได้รับคำทำนายว่าเป็นหญิงงามกาลกิณี อนาคตจะล่มบ้านล่มเมือง จึงต้องแก้บัญชาสวรรค์ด้วยการเลี้ยงดูให้เป็นชายตั้งแต่เด็ก ต่อมาองค์หญิงเจริญวัยขึ้น แคว้นของแม่นางก็ถูกแคว้นอีพระเอกบุกรุก ตกเป็นเชลย ....ผ่านไปครึ่งเล่มละ -_-"

ในส่วนที่รู้สึกตงิดๆ คือ หนึ่ง ถึงบอกว่านางเอกถูกเลี้ยงดูเป็นชายแต่อย่าคิดว่าเธอมีคาแรกเตอร์โดดเด่นเหมือนท่านออสการ์ในกุหลาบแวร์ซายส์ เธอเป็นผู้หญิ๊งผู้หญิงธรรมด๊าธรรมดา จนคนอ่านอย่างอิชั้นรู้สึกเสียดายว่า อุตส่าห์มีพล๊อตมัดใจเด็กผู้หญิงที่เป็นจุดแข็งแล้ว (นางเอกถูกเลี้ยงเป็นชาย) แต่ดันไม่เอามาใช้ประโยชน์... สอง พระเอกจงใจบื้อไปมั้ย ไม่รู้เลยเหรอว่านางเอกเป็นผู้หญิง ทั้งที่มีเหตุการณ์อะไรหลายอย่างที่น่าจะทำให้รู้ เอาแค่คำบรรยายความงามนางเอกว่างามหยาดฟ้า อ้อนแอ้นราวมณีดิน พาให้หัวใจหวามไหว ฯลฯ ฟันธง ผิดธรรมชาติโคตๆ กรูไม่เชื่อว้อยย สาม  ครึ่งเล่มแรกอ่านไปได้เรื่อยๆ มีลุ้นเล็กน้อยเพราะสนใจว่าจะลงเอยยังไง ปรากฎว่าพอพระเอกรู้ว่านางเอกเป็นผู้หญิงแล้วก็จบกันเลย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  สี่  ช่วงครึ่งเล่มแรก คือการปะทะฝีปากกันระหว่างพระเอกนางเอกเล่าเรื่องละเอียดมาก แต่ครึ่งหลังรวบและเผาโคตๆๆ จบแบบสั้นๆ ง่ายๆงั้นเลย

เอาเถอะ ก็ไม่ถึงกับไม่ชอบนิยายเล่มนี้นะ ช่วงพระนางปะทะคารมกันเพลินใช้ได้ทีเดียว 555+ โดยรวมก็โอเคค่อนข้างไปทางเฉยๆ น่ะ เอาเป็นว่าของแบบนี้แล้วแต่คนชอบ คนอื่นอ่านแล้วอาจกรี้ดกร๊าดก็ได้ ขอให้กำลังใจผู้ผลิตในการสร้างสรรค์หนังสือแนวใหม่ๆต่อไป ...ว่าแต่ นิยายแปลภาษาจีนกับเกาหลีดูเหมือนจะติดตลาดมากขึ้นพอๆกับนิยายญี่ปุ่นแล้วนะ ไม่ว่าจะ Y หรือไม่ Y ใครได้ภาษาที่ 3 เมคมันนี่กันสนุก

ข้อสังเกต
จะพิชิตใจองค์หญิงจำแลงก็ดี The Change ก็ดี...มีจุดนึงที่หลายคนอาจแอบคิดเหมือนๆกันก็คือ มันมีเรื่องของ Y เข้ามาเอี่ยวด้วยค่ะ...เนื่องจากพระเอกมันบื้อทั้งคู่ ทำยังไง๊ยังไงก็ไม่รู้ว่านางเอกที่แท้เป็นหญิง (แถมเล่มหลังพระเอกยังโดนหลอกจนจบเรื่องอีกตะหาก - -") จุดสำคัญคือพระเอกดันแอบมีใจให้นางเอกในร่างชายนี่แหละ  แต่สาบานได้...  อิชั้นซื้อมานี่ไม่ได้สนใจว่ามัน Y นะคะ ซื้อมากะอ่านเอาสนุก แต่หลายคนจะสนุกเพราะจิ้นวายก็เอาเล๊ย ไม่แปลกกก กร๊ากกก ตกใจเล็กน้อยก็ตรง The Change อ.ยามาอุจิ คนวาดฉบับการ์ตูนมีพูดถึงคำว่า "ความรักเพศเดียวกัน" ด้วยค่ะ คิดไม่ถึงเหมือนกัน แต่กรณีนี้มันจะให้คิดเป็นอื่นได้ยังไง เพราะพระจักรพรรดิทรงพระหลงเสน่ห์คิระในร่างชายขนาดนั้น มีหึงหวงกีดกันไม่ให้แต่งงานอีก อาการหนักแล้วเพคะ

ร้อยเรียงเคียงปัญญา เรียนรู้ภาษาจากวัฒนธรรมจีน (เมืองโบราณ) หนังสือออกใหม่ของสนพ.เมืองโบราณ ลองอ่านดูบ้างแล้ว สไตล์เดียวกับหนังสือเกร็ดความรู้ทางภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นของ สสท.เลยล่ะ คนทั่วไปอ่านได้ คนรู้ภาษาจีนอยู่แล้วอ่านดี โดยเฉพาะคนที่กำลังเรียนภาษาจีนอยู่ อิชั้นว่าน่าจะอ่านได้อย่างสนุกทีเดียว เพราะได้ทั้งคำศัพท์ ภาษา และที่มาของภาษาที่เป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรมด้วย

The HERMETICA อมตธรรมนำโลก ประมวลงานเขียนจากปรัชญาชาวอียิปต์โบราณ ที่เชื่อกันว่าเทพเจ้า ทอท ของอียิปต์เป็นผู้รจนาไว้ ทอท คือเทพผู้สร้างอักษรเฮียโรกราฟิก เป็นผู้สื่อทิพยสารและจะบันทึกการกระทำของมนุษย์ ในท้องพระโรงที่พิพากษาวิญญาณผู้ตายโดยเทพโอซิริส และชาวกรีกก็ได้นำมาเชื่อมโยงกับเทพเฮอร์มีสของตน (อันนี้ความรู้ใหม่เลยเนี่ย O_o) คืออิชั้นก็รู้อย่างที่ทุกคนรู้จักตำนานกรีกกันน่ะแหละ ว่าเฮอร์มีสถือเป็นเทพเจ้าแห่งการสื่อสาร นำสารจากฟ้าสู่ใต้พิภพ และนำทางดวงวิญญาณในยมโลก แต่ไม่รู้มาก่อนว่าเชื่อมโยงกับเทพอียิปต์โบราณ  - -" เฮอร์เมทิคามีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อชาวกรีก และได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งจนส่งอิทธิพลต่อยุคเรอเนอซองส์ และมีอิทธิพลต่อปรัชญาเมธีและนักคิดที่มีชื่อเสียงหลายๆคน

ครือ... เพิ่งอ่านจบแค่คำนำอ่ะ แค่คำนำก็ปาเข้าไป 30 หน้าแล้ว TAT แต่ไม่อ่านไม่ได้ จำเป็นมาก เนื่องจากคำนำจะกล่าวถึงความเป็นมาของเฮอร์เมทิคา จากอดีตจนถึงปัจจุบัน และมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาความเชื่อและศาสนาต่างๆ ในส่วนของเนื้อหานั้น ต้นบทจะมีคำอธิบายเนื้อหาในบทเป็นร้อยแก้วธรรมดา และตามด้วยส่วนที่เป็นคัมภีร์ที่คล้ายๆกับกลอนเปล่า ...ซึ่งขอบอก สำหรับสมองน้อยๆของอิชั้น อ่านแล้วไม่ค่อยเก็ทอ่ะว้อยย TAT ฮือออ แต่ความอลังการงานสร้างของมันทำให้อดซื้อไม่ได้จริงๆค่ะ (เล่มตั้ง 300 T T) คนที่สนใจวรรณกรรมและปรัชญาโบราณ หรีอชอบอะไรแปลกๆ น่าลองหาอ่านดูนะ และอีกกลุ่มหนึ่ง...อิชั้นคิดไปไกลมาก ก็พวกนักเขียนนิยายไง หยิบมายกมาอ้างถึงในนิยายแล้วน่าจดูดีไม่หยอก ไม่ว่าจะเป็นนิยายลึกลับ ย้อนยุค ทะเลทราย ซีเรียส น้ำเน่าสำหรับรุ่นเดอะ หรือไลท์โนเวลปกการ์ตูน นิยายวายสำหรับรุ่นเด็ก (เอาละๆ) แต่คิดไปเรื่อยเปื่อยงั้นแหละ ทำจริงสงสัยละเมิดลิขสิทธิ์นะ 555+

อ่านตรงคำนำผู้แปล คุณกิ่งแก้ว อัตถากร ทำให้ถึงบางอ้อว่า บุคคลผู้นี้คือผู้แปลนิยายของมารี คอเรลลิ นั่นเอง ผู้แปลกล่าวว่านิยายเรื่อง ชีวิตนิรันดร คือการจุดประกายความสนใจเรื่องอียิปต์โบราณ ถึงตรงนี้อิชั้นจึงระลึกชาติได้ว่าเคยซื้อมารี คอเรลลิ มาอ่านอยู่ 2 เล่ม และหนึ่งในนั้นก็คือ ชีวิตนิรันดร จำได้ว่าสนุกใช้ได้ทีเดียว ถ้าผ่านช่วงนี้ไปและหายใจคล่องกว่านี้จะไปขุดมาอ่านใหม่ อ่านเมื่อนานมากแล้ว ลืมหมดแล้ว 

เชื่อ! เรื่องใหญ่ที่สุดในโลก เขียนตามความเข้าใจของอิชั้นน่ะนะ หนังสือเล่มนี้ เริ่มจากการจับ ปรากฏการณ์ทางสังคม  จะเป็นกระแสสังคมก็ดี หรือความเชื่อต่างๆ ก็ดี เช่น เครื่องลางของขลัง ต้นไม้ใบ้หวย ดูดวง ฮวงจุ้ย มาอธิบายในเชิงพุทธศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ในที่นี้ได้แก่ จิตวิทยา) อิชั้นว่าดูน่าสนใจดีสำหรับคนที่ต้องการขยายมุมมองในชีวิตประจำวันของเราให้ลึกขึ้น ในช่วงครึ่งเล่มหลัง ได้กล่าวถึงวิกฤตความเชื่อในสังคมไทยด้วย อิชั้นเห็นด้วย เพราะตอนนี้เหมือนไร้ราก บ้าคลั่งกันไปตามกระแส ไม่รู้ว่าอะไรคือเปลือก อะไรคือแก่น อะไรคือความเชื่อ และอะไรคือเหตุผล ทั้งที่รู้ว่าเหตุผลมันอยู่คนละขั้นกับความเชื่อ แต่คนก็เลือกที่จะคิดตามความเชื่อของตัวมากกว่า อ้อ อีกอย่าง ที่จริงมองในมุมจิตวิทยามันก็น่าสนใจดีนะ แต่อิชั้นคิดว่าจิตวิทยามันลงเรื่องปัจเจกหรือเฉพาะบุคคล เป็น Perception  ซึ่งมันจะมีความเป็น Subjective ค่อนข้างสูง แต่จะมีการยกทฤษฎีมาอธิบายให้เป็นวิทยาศาสตร์ จึงคิดว่าอันที่จริงถ้ามีหนังสือที่มองมุมสังคมวิทยาเพิ่มเติมด้วยก็จะดีมากค่ะ สนใจแนวๆ นั้น

Japan Journal Journey เจแปน เจอนั่น เจอนี่ (วงกลม) หนังสือท่องเที่ยวของสนพ.วงกลม อย่างที่เคยเขียนไปคือไม่ค่อยได้ซื้อพวกท่องเที่ยวอ่าน แต่คนที่หยิบยืมหนังสือบ่อยๆ เค้าชอบอิชั้นเลยยื้มอ่านฟรีซะ 555 เนื้อหาไม่รู้จะให้ความคิดเห็นอะไรเพราะมันก็สไตล์หนังสือท่องเที่ยว เล่าแบบค่อนข้างเรื่อยๆ และมีการแทรกเกร็ดความคิดของผู้เขียนเป็นระยะ แต่มีความดีตรงที่จัดอาร์ตได้งาม พิมพ์สีทั้งเล่ม อ่านง่ายสบายตามาก มีบรีฟข้อมูลความรู้สลับเนื้อหาสั้นๆ เรียกว่าไม่ต้องกลัวง่วงกลัวหลับ ได้เปลี่ยนบรรยากาศกันทุก 2-3 หน้าทีเดียว อิชั้นว่ามันเหมาะสำหรับคนไม่ชอบอ่านอะไรแบบแน่นเอี้ยด และเนื้อหาไม่หนักมากน่ะ ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวที่กล่าวถึงก็เทบังพอใช้ (= อะไรที่มันต้องแวะแหงๆ) เช่น คามาคุระ เกียวโต นารา ฟุจิซัง ไม่ยักกะแวะฟุจิคิวตรงตีนเขานะคะเห็นคนไทยไปกันเพียบ ตรงซูวีเนียร์มันมีตุ๊กตาฟุจิซังขายด้วยนะ อ้อเห็นแว่บๆว่ามีจิบลิด้วย เทบังโคตๆ ถ้าไปเมื่อ 5 ปีก่อนคงแนวมากแต่ตอนนี้เหมือนกับว่าบางทัวร์จะไปลง (แต่อิชั้นยังไม่เคยไปอ่ะ  รู้งี้ T T)

COLOURS of FAITH สีสันแห่งศรัทธา แดนพุทธภูมิ (อมรินทร์) ผลงานล่าสุดของพิษณุ ศุภ. อิชั้นอ่านจบไปเป็นชาติแล้ว  แต่มีขายในงานหนังสือจึงขอหยิบมาเขียนถึง ราคา แพงงงมากกก เฉียด 500 T T ทำไงได้ล่ะ คนมันชอบก็ต้องซื้อ อิชั้นเคยรีวิวเล่มก่อนหน้านี้ วาดไว้ในเนปาล ด้วยค่ะ (หาอ่านได้ใน category book) จึงคิดอยู่ว่าจะรีวิวเล่มนี้ด้วย ไม่รู้มีโอกาสรึเปล่านะ ....เหตุที่ราคาสูงเพราะพิมพ์สีทั้งเล่ม กระดาษอาร์ตมันอย่างดี มีภาพประกอบที่เป็นภาพถ่าย และภาพประกอบสุดพิเศษคือภาพจากปลายปากกาและพู่กันของผู้เขียน รูปสีน้ำงามแงะเจิดจรัสเช่นเดิม ส่วนเนื้อหาในเล่มและการเล่าเรื่องนั้น เทียบกับเล่มบนแล้วชอบเล่มนี้มากกว่า อาจเป็นเพราะสาเหตุหลายๆ อย่าง เช่น เดินทางกึ่งท่องเที่ยวตามรอยพุทธศาสนา และถูกใจสำนวนการเขียนของผู้เขียน ตอนที่เล่าถึงสถานที่ปรินิพพาน อิชั้นร้องไห้เลยค่ะ เชื่อมั้ย คิดว่าตัวเองเซ้นซิทีฟเว่อร์ แต่มีคนอื่นที่ได้อ่านบอกว่าเป็นเหมือนกัน... ตอนนี้เลยอยากไปอินเดียม๊ากมาก 555 ถ้าหาโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาไม่แพงได้ก็คงมีปัญญาไปเที่ยว ชั้นเล็งไว้หมดแระว่าจะไปเมืองไหนบ้าง กร๊ากก

จิบไนล์ ไต่พีระมิด (อมรินทร์) ท่องเที่ยวอีกเล่ม หยิบมาอ่านเพราะไม่ได้ซื้อเอง (อีกแล้ว 55) แต่ปรากฎว่าค่อนข้างถูกใจเล่มนี้นะ ^^ ผู้เขียนเล่าได้คอเมดี้ดี ล่อหลอกให้อิชั้นอ่านได้จบภายในเวลาอันรวดเร็ว (2 ชั่วโมง) 555 เพราะสำนวนของผู้เขียนอ่านง่ายมากๆ เบาสมองแต่แทรกเกร็ดไว้ได้ถูกที่ถูกจังหวะ รูปประกอบสีมีบ้างเป็นกระสัยเรียกว่าเทียบ 2 เล่มบนไม่ติด เน้นขาวดำและเนื้อเรื่องซะมาก แต่มีเสน่ห์ค่ะ

ต้องบอกว่าการหยิบหนังสือเล่มนี้เกิดจากความไม่ตั้งใจ จากที่กะดูแป๊บๆก็อ่านจนจบ แต่อ่านจบแล้วก็เกิดนึกสนุกหยิบธุวตารามาอ่าน (รอบที่ล้านแปด) ต่อด้วยราชินีชีบา แล้วก็ไปซื้อเฮอร์เมทิคามาลองอ่าน (เป็นเหตุผลและแรงบันดาลใจประมาณ 20% นอกเหนือจากการอยากลองอ่านวรรณคดีระดับโลกกกก) และต่อไปก็คงจะขุดนิยายอียิปต์ของมารี คอเรลลิเล่มที่ว่ามาอ่านมั้ง อ้อต่อด้วยคำสาปฟาโรห์ดีมั้ย คิดขำๆแต่สงสัยทำจริง กร๊ากกก

นานมี วานวาน ไม่ไปโรงเรียนได้ไหมเนี่ย ไม่ต้องพูดกันมากเลยกับเล่มนี้ ใครที่ติดตามก็คงจะซื้อเล่มต่อกันอยู่แล้วอ่ะนะ ^^V ข่าวจากหน้าเว็บนานมี เห็นว่าคุณวานวานมางานหนังสือในวันที่ 1 เม.ย.ด้วย  อดง่าาาา ฮือออ มีอยู่นิดนึงที่อยากพูดถึงคือ เห็นหน้าปกเล่มนี้แล้วแอบสะดุ้งค่ะ เนื่องจากอดีตเมื่อนานมาแล้วสมัยยังเป็นนักเรียนหน้าใส อิชั้นเคยแอบเอาการ์ตูนสอดไส้หนังสือเรียนแล้วโดนคุณครูจับได้ (ชั่วโมงอิสระให้อ่านหนังสือเอง) ขอบอก อายมากๆ T T ทั้งอายทั้งยั้วะ คิดแต่ว่า ครูใจแคบบบ เวลาที่ชั้นมีอารมณ์อ่านหนังสือเรียนชั้นก็อ่านนะ ข้อส่งข้อสอบชั้นก็ทำหมดเป็นเล่มๆ ทำไมชั้นจะต้องมาปั้นหน้าทำเป็นอ่านหนังสือเรียนในเวลาที่ไม่มีอารมณ์ด้วย แต่มาตอนนี้คิดอีกทีก็สมควรโดนด่าแล้วล่ะ T T

มติชน ฝันเรื่อยเรื่อย เหนื่อยก็พัก (ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ 11)  เพ่หนุ่มเมืองจันท์แกมีหนังสือออกทุกงานเลยนะ ลับ ลวง พราง อีกเล่มที่อิชั้นไม่คิดจะซื้อแต่เค้าโปรโมทกระหึ่มบู้ทเลยพูดถึงซะหน่อย คือ มันคงดังเพราะเฮียสอเอาไปพูดในรายการน่ะ แต่เห็นเป็นเรื่องการเมือง แถมสนพ.มติชน ยืมเอาแล้วกัน   ...อื่นๆ ที่เล็งไว้ว่าจะอ่านก็ อาร์เธอร์กับจอร์จ บุรุษเบื้องหลังเชอร์ล็อก โฮล์มส์ กับคดีบันลือโลก   อิชั้นเป็นแฟนเชอร์ล็อกโฮล์มส์นะคะ ถึงจะไม่แฟนพันธุ์แท้อะไรขนาดนั้นแต่เมื่อก่อนตามซื้อของ สนพ.ดอกหญ้าทุกเล่ม  เห็นชื่อแล้วแพ้สนิท -_-

อื่นๆ ของอมรินทร์ น่าสนใจอยู่ 3-4 เล่ม ดาวเด่นน่าจะเป็น การเมืองเรื่องตัณหา  หนังสือรวมคอลัมน์ทรรศนะการเมืองจากปลายปากกาของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน พิมพ์ครั้งแรกปี  21 - -" บันทึกของหม่าเอี้ยน  บันทึกของเด็กหญิงชาวจีนในเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยที่แห้งแล้งกันดารที่สุดของจีน นึกอยากอ่านเพราะเป็นหนังสือขายดีระดับนานาชาติค่ะ ...และที่อลังการงานสร้าง แอบเหลือบเห็นนิยายอมตะนิรันดร์กาล แฟรงเก้นสไตน์ แดร็กคิวล่า และอะไรอีกซักเล่ม (ลืมว่ะ) เห็นแล้วเกือบคว้าทั้งเซ็ท แต่นึกขึ้นได้ว่าตั้งปณิธานไว้ว่าจะจำกัดจำนวนเล่มและงบประมาณนี่หว่า สรุปยืมเอา T T แต่คิดว่ายังไงก็ต้องอ่านแน่ๆ ค่ะ อยากอ่านมากกกโดยเฉพาะ แดร็กคิวล่า นึกถึง Van Helsing เลย กร๊ากก แต่แฟรงเก้นเนี่ยออกจะเบื่อๆเล็กน้อย ด้วยความรู้สึกส่วนตัวคือนึกถึงตอนอ่านเป็นหนังสือนอกเวลาแล้วโคตจะไม่สนุกเลย -*- แต่อ่านฉบับเต็มคงสนุกมั้งนะ  Daddy Long Legs ตอนแรกคิดว่าไม่ไหวเหมือนกัน พอมาอ่านฉบับเต็มๆ แล้วสนุกมาก

นิยายไทย ปกติจะสำรวจตลาดทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ยังเดินดูไม่ครบ เห็นว่า สนพ. พิมพ์คำ มีออกใหม่เล่มนึง ส่วนบ้านวรรณกรรมกับอรุณ (สนพ.ในเครืออมรินทร์) เป็นที่น่าเศร้าว่ายังไม่มีอะไรน่าสนใจออก หรือเพราะรีบๆ ดูไม่รู้... บ้านวรรณกรรมพอจะมี เป็นผลงานของนักเขียนโครงการทมยันตี แต่อิชั้นไม่ได้ตามอ่ะ T T ใครสนใจลองแวะไปดูบู้ทเค้าเองละกัน บู้ทบ้านวรรณกรรมยังเขียวได้อีก

สำหรับเอนทรี่นี้พอแค่นี้ก่อน ที่จริงยังเล็งไว้อีก 2-3 เล่ม เป็นต้นว่า  สะดุดโลกแอนิเมชั่น   แล้วก่อนหน้านี้ก็เหลือบไปเห็นเรื่องสั้นรัสเซียอะไรซักอย่างหน้าตาดูน่าอ่าน เพิ่งวางแผงที่ร้านหนังสือก่อนจะมีงานไม่นาน อิชั้นกะจะไปสอยเล่มที่สนใจอีกครั้งก่อนงานหนังสือจะหมดค่ะ (แต่เอนี่มันก็จะครบโควต้า 15 เล่มแล้วนี่หว่า -"-) เอาเถอะ เอาเป็นว่าอิชั้นคงได้หนังสือเพิ่มแน่ๆ แต่จะได้มาเขียนอีกหรือไม่นั้นไม่รู้ ว่างอีกทีช่วงสงกรานต์เลย และในความว่างก็ไม่ถึงกับว่างซะทีเดียว (ยังไง?) แต่เอนทรี่เกี่ยวกับหนังสือเป็นอะไรที่อยากเขียนมากเลยนะ รีวงรีวิวนิยาย จุดจุดจุด อีก แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องไปหลัง พ.ค.โน่น หรืออีกยาวนานโน่นนน เศร้า T T

ป.ล.

1.เมื่อเร็วๆ นี้ไปสอย The Broken Wing (ปีกหัก) ของคาลิล ยิบราลมาจากร้านหนังสือค่ะ ตกใจที่มีขายเพราะเป็นฉบับพิมพ์นานมากแล้ว สภาพยังแจ่มอยู่เลย หนังสือปกแข็งเดินทองอย่างหรูของสนพ.ผีเสื้อ ราคาลดแล้วตกราว 180 ไม่ซื้อก็โง่เต็มทน ใจคิดว่าคราวนี้กูยอมถูกตราหน้าว่าดัดจริตซื้อหนังสืออ่านยากของนักเขียนบิ๊กเนมมาอ่านดูซะที แต่ลองอ่านไปบ้างแล้วมันก็ไม่ถึงกับน่ากลัวนะ 555 อาจจะไม่ใช่แนวที่คลิกมาก แต่มีจุดนึงที่น่าสนใจคือ สำนวนแปลเหมือนเป็นร้อยกรองซ้อนในร้อยแก้วเลยค่ะ เล่าความแบบมีสัมผัสคล้องกันไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ จึงเป็นความเพลิดเพลินอย่างหนึ่งเมื่อจ้องจับตาดู

2.อีกอย่างว่าจะบ่นอุบอิบๆ นานแล้วแต่ไม่มีโอกาสเข้าบล๊อกมาเขียนซะที... การ์ตูนเรื่องล่าสุดของอ.ฮิคาวะ เคียวโกะ Otogimoyou ayanishiki  แอบผิดหวังกับการแปลของบงกชเล็กน้อยถึงปานกลาง คือมันก็โอเคแหละนะแต่คิดว่าน่าจะดีกว่านี้ อืม... ดูเหมือนจะตัดๆ รายละเอียดพวกศัพท์สมัยก่อนไปหลายอย่างน่ะ ที่จริงวงเล็บไว้ให้คนอ่านภาษาไทยเข้าใจด้วยมันจะได้อรรถรสขึ้นรึเปล่า - -" ครือส่วนมากอิชั้นจำกัดขอบเขตความการแสดงความเห็นอยู่แค่สำนวนภาษาไทยนะ  (ความเรื่องมากเฉพาะบุคคล) และคิดว่าโดยมารยาทสังคม ถ้าอ่านภาษาต้นทางเข้าใจเหมือนๆ กัน อิชั้นคงไม่ไปบอกใครหรอกว่าตรงนั้นมั่ว ตรงนั้นผิด เพราะมันเป็นดูเป็นการไม่ค่อยให้เกียรติกันเท่าไหร่ (แต่เอจริงๆก็เจอมาหลายคนนะ ประเภทเซลฟ์เวอร์ นึกว่าตัวเองเก่งภาษานั้นอยู่คนเดียว เจอแบบนี้กูจิกด่าาาไม่เลิก) เอาเป็นว่าขอเสนอแนะด้วยความเกรงใจเพื่อเสริมให้สมบูรณ์ขึ้นละกันนะก๊า T T ถ้าได้ก็จะชื่นใจมาก เพราะ อ.ฮิคาวะเป็นนักวาดการ์ตูนที่อิชั้นที่ชอบมากๆ เรื่อง Otogi นี่ด้วย ถึงจะไม่เท่าจอมคนแดนฝันก็เถอะ

3.สุดท้าย...ไม่ได้เข้ามานานนนมากกก ดูหน้า stat ส่วนใหญ่ก็เฉลี่ยตามปกติ แต่ทำไมบางวันมันขึ้นตั้ง 500? 100 200? ไม่ได้อัพอะไรใหม่เลยวันนึงควรขึ้นแค่สองหลักก็พอ  มันอาจจะเป็นความผิดปกติเป็นครั้งคราวรึเปล่าไม่ทราบ แต่ถ้าเป็นเพราะมีการนำลิงค์ไปลงที่อื่น (ซึ่งไม่เคยคิดถึงความเป็นไปได้ และไม่น่าจะเป็นไปได้) ...เอาเป็นว่าบอกเผื่อไว้ก่อนละกัน ขอความกรุณานะคะ อย่านำลิงค์บล๊อกอิชั้นไปแปะที่ไหน แม้ว่าจะเป็นพื้นที่ที่ใครๆเข้ามาดูได้แต่ก็ขอให้เป็นการกดเข้ามาดูเองเถิดเจ้าประคุณรุนช่อง บล๊อกนี้มีทั้งเรื่องวายๆ และหลายๆเรื่องก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัวซะมาก (ไร้สาระอีกตะหาก) หวงค่ะ อยากอ่านเข้ามาอ่านเอง ขอบคุณค่ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เพิ่งรู้ตอนบอกตกใจมากหายไปนาน wink

หัวข้อผิดแล้วนี่มันปี51นะ sad smile เชื่อแล้วว่าเบลอจริงๆ

ยังไม่ได้ไปงานเลยเดี๋ยวว่ากำลังจะไป สนใจThe Change จอมเวทปราบมารไว้ขอยืมนะ surprised smile

#1 By umm (58.9.148.231) on 2008-04-01 21:53

เดินผ่านมาค่ะ
แหะๆ แอบมี The Change เวอร์ชั่นสยามฯเหมือนกันค่ะ (เช็คอายุ?)
ผู้วาดภาพประกอบฉบับนิยายน่าจะเป็นคนไทยนะคะ ลองเปิดดูหน้าเครดิตแล้วคิดว่าน่าจะใช่question

โชเน็นอนเมียวจิเล่มนี้สีงามดีนะคะ (เหอๆ ไม่ได้คิดลึกนะ) ว่าแต่ออกปีละ 3 เล่มไม่ใช่เหรอembarrassed

#2 By 9056 (124.121.48.122) on 2008-04-02 01:33

อ่านหนังสือคนละแนวกันเลยน่อเจ๊ sad smile
มีเล่มเดียวที่เหมือนกันคือของวานงาน แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ซื้อที่งานหนังสืออ่ะ

หนังสือชุดแฟนธ่อมฯ แฟรงเกนฯลฯ นั่นข้าพเจ้าก็ว่าจะซื้ออ่ะ แต่ฉบับภาษาอังกฤษที่บ้านยังไม่อ่านเลยนะเฟร้ย

คุณพ่อขายาวลองอ่านภาษาอังกฤษดิ น่ารักปนตลก คนเขียนใช้ภาษาได้สนุก ส่วนฉบับแปลไทย ไม่รู้ว่าที่เจ๊ไปเจอใช่ของที่แปลฉบับแรกหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ซื้อเหอะ แปลดีน่าเก็บ

เบื่อว่ะ งานหนังสือปีนี้ไม่ค่อยมีหนังสือที่อยากอ่าน หรือดิฉันเกิดผิดยุคสมัยกันวะ เบื่อๆๆๆ แถมไอ้เล่มที่ไปตามหาก็ดันล้างสต๊อคกันไปหมดแล้ว เฮ้อ ถ้าต้องอ่านฉบับอังกฤษคงตายแหง เฮ้อๆๆ

เออ ว่าจะถาม ทำไมคนที่เขียนบล็อกที่เกี่ยวข้องกับว๊ายวายถึงต้องกลัวการนำบล็อกไปเผยแพร่ด้วยอ่ะ มันเป็นตราบาปขนาดนั้นเลยฤ

โดยส่วนตัวข้าพเจ้าเห็นว่ายิ่งทำแบบนี้ก็เหมือนยิ่งทำให้ตัวเองกลายเป็นคนชายขอบมากขึ้นเรื่อยๆนะจ๊ะ (บอกคนอื่นที่เข้าบล็อกอีเจ้นี่ด้วย อิอิ) สู้สิๆๆ ทำเหมือนเป็นเรื่องปกติ (แต่ไม่ต้องถึงขนาดกรี๊ดแทบขาดใจเวลาเจออะไรวายๆ) มันเป็นเรื่องธรรมชาติๆๆๆ วะฮ่าฮ่า

#3 By คนนั้นแหละ (203.185.154.66) on 2008-04-03 10:05

umm > เดี๋ยวจะแก้จ้า...ขอบคุณที่บอก sad smile

9056 > ขอบคุณที่ช่ายแจ้งแถลงไขข้อข้องใจนะคะ

โชเน็นน่าจะออกปีละ 2 เล่มรึเปล่าคะ เพราะทุกครั้งเราซื้อเล่มที่เพิ่งออกใหม่จากงานหนังสือ ซึ่งงานก็มีปีละ 2 ครั้ง น่ะค่ะ

คนนั้น > ปีนี้อมรินทร์มีออกหนังสือแปลภาษากังกิดสุดอลังการราวๆ 5 เล่มอ่ะ (เป็นแฟนธ่อม แฟรงเก้น แดร็ก 3 เล่ม) ชั้นไปเช็คอีกทีแล้ว กำลังคิดอย่างหนักหน่วงว่าจะสอยไอ้ชุดวรรรณกรรมอตมะนั่นดีมั้ย เพราะลดเยอะมากกก แล้วแต่ละค่อนข้างหนา ราคาไม่แพง (สงสัยเพราะมาร์จิ้นสูงเลยตั้งราคาหน้าปกไม่แพงมากได้)

คุณพ่อขายาวตอนแรกเพราะอ่านฉบับอังกิดน่ะแหละถึงท้อ -*- อ่านแบบไม่เต็มด้วยนะ เป็นหนังสือนอกเวลา พอมาอ่านฉบับผีเสื้อที่ อ.สังวรณ์ ไกรฤกษ์แปลแล้วปิ๊งมากๆ นวลเนียนละเมียดละไมไปหมด

งานหนังสือเมษานี้คิดว่าไม่ค่อยมีอะไรน่าสนเหมือนกัน เดินสองหนก็เดิมๆ ที่ลดปริมาณการซื้อได้อย่างไม่ลำบากใจมากนักก็เพราะงี้ด้วยแหละๆ sad smile

ป.ล.เกี่ยวกับการเผยแพร่บล๊อกวาย อันนี้ไม่รู้ว่ะ ลองไปถามคนอื่นดูสิ 5555+

แต่ชั้นคิดว่าเหตุผลของชั้น ไม่ได้เป็นเพราะกลั๊ว กลัว ที่บล๊อกชั้นมันมีเรื่องเอี่ยวกับวายนะ (จำไม่ได้เรอะ เรายังเคยเม้ากันเรื่องนี้เลย 555) แล้วชั้นก็ยังเปิดบล๊อกหราอยู่ด้วย ยังดูไปเรื่อยๆไม่คิดจะปิด เรื่องกลัวข้อมูลวายๆหลุดสู่พื้นที่อินเตอร์เน็ตนั้น สำหรับชั้นมันเป็นเหตุผลแค่ราวๆ 20% เท่านั้นเอง เพราะชั้นคิดว่าตัวเองไม่ได้ลงข้อมูลอัพเดทหนังสือใหม่อะไรขนาดนั้น (ไม่มีเวลา sad smile)ในส่วนของรีวิวเทียบกับที่ออกทั้งหมดบางทีเดือนนึงไม่ได้เขียนถึงเลยซักเล่มก็มี sad smile ไม่จำเป็นต้องแพนิคอะไรขนาดนั้น

แต่เกี่ยวกับการรีวิวน่ะ ชั้นประกาศเจตนารมณ์ไว้เลยว่า ชั้นไม่เห็นว่าการรีวิวนิยายวายเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ ในเมื่อชั้นซื้อมาอ่าน และชั้นอยากจะวิจารณ์ในสิ่งที่ชั้นเสียเงินซื้อไป เพียงแต่ชั้นก็เข้าใจ มันก็ต้องพบกันครึ่งทาง หลังจากนี้ชั้นอาจจะหยิบมารีวิว (ถ้ามีเวลาว่าง) เพียงแต่ต้องปรับแนวทางการรีวิวหรือการลงข้อมูลไม่ให้มันโฉ่งฉ่างมากขึ้น ก็เท่านั้นเอง

ในส่วนของ 20% นั้น เป็นเพราะกลัวผู้จัดทำมาด่าน่ะ เกิดอะไรขึ้นคนที่ทำบล๊อกแบบนี้มีสิทธิโดนลูกหลงสูงมากนะยะ ต่อให้ไม่ได้เป็นสาเหตุก็เถอะ มันก็ต้องระวังไว้บ้าง 555

สรุปก็คือ เหตุผลส่วนใหญ่ของชั้น คือ มารยาทการปฏิบัติตนพื้นฐานในโลกอินเตอร์เน็ต ที่ไม่ควรนำลิงค์ไปลงที่ใดโดยไม่ขอเจ้าของก่อน ไม่ใช่เพราะบล๊อกชั้นมีบางเรื่องเป็นวาย (ดูๆไปเกือบครึ่งนี่ไม่ใช่วายนะ55) ชั้นไม่ชอบอ่ะ ในเมื่อมันเป็นบล๊อกชั้นอ่ะ พื้นที่ชั้น ด้วยเหตุดังนี้ขอได้โปรดเข้าใจใหม่ให้ถูกต้อง

แต่ที่เขียนมาในตอนท้าย เห็นด้วย confused smile เลี่ยงการลงข้อมูลที่จะสาวไปถึงผู้จัดทำได้ก็โอเคนะ เรื่องอื่นๆคุยกันปกติไม่เห็นเป็นไร open-mounthed smile เดี๋ยวกรูจะเปลี่ยนแนวมารีวิวการ์ตูนวายที่ออกที่ญี่ปุ่นซะนี่ แน่จริงมรึงก็ตามไปจับดิ 555

#4 By 思いきりやるから。。。 on 2008-04-06 00:12

อุ๊ยแม่งยาว เหมือนอัพบ็อกใหม่เลย 555

เดี๋ยวจะอัพหนังสือที่ได้มาเพิ่ม อีกเอ็นทรี่นึงล่ะ กัดฟันซื้อ รามายณะมาแล้ว ของเมืองโบราณเล่มตั้งเกือบ 400 หรือถ้าขี้เกียจก็ต่อจาก อันนี้เลย

#5 By 思いきりやるから。。。 on 2008-04-06 00:14

กลัวเสียค่าโฆษณาสินะคะ เดี๋ยวบล๊อกดังแล้วมีใบแจ้งหนี้จากผู้หวังดีมาเก็บเงิน เคี้ยกๆๆๆ

#6 By ++ r o s i f i x ++ on 2008-04-07 17:35

เออๆ นั่นแหละเจ้ นามสกุลไกรฤกษ์นั่นแหละแปลดี แต่เดี๊ยนมีฉบับเก่ากึ๊ก เพิ่งรู้นี่แหละว่าผีเสื้อเอามาพิมพ์ใหม่ (เชยสะบัด)

เรื่องวาย...เอาเลยเจ้ รีวิวของภาษาญี่ปุ่นไปเลย ดูจิ๊ว่ามันจะตามไปจับไหม(หาเรื่องให้เจ้แล้วกุ)กุจะบ้าจับมั่วซั่วไร้รสนิยมที่ซู้ดด

แต่เขาเคยจับคนอ่านด้วยเหรอ ไม่เห็นเคยได้ยินข่าวนี่นา คนอ่านเขาคงไม่จับหรอก รีวิวไปเหอะ แต่สั้นกว่าเดิมหน่อยก็ดี ขี้เกียจอ่านแบบยาวพรืด กร๊ากๆ

#7 By คนนั้นแหละ (203.185.154.66) on 2008-04-09 15:53

rosifix > บล๊อกเราดังแน่ค่ะ ประมาณชาติหน้าตอนพระใกล้ฉันเพลนั่นแหละค่ะ open-mounthed smile

ไม่เห็นตั้งนานเป็นไงบ้างคะ ช่วงหลังไม่ค่อยเห็นอัพบล็อกเลย หรือเป็นเพราะเราไม่ค่อยเข้าเอ็กทีนเอง ^^"

คนนั้น > ที่ว่าเก๋ากึ้ก ใช่ประมาณ 12 ปีที่แล้วหรือเปล่า sad smile (ซื้อมาตอนประมาณนั้น)

อ.สังวรณ์แปลภาคต่อ Dear Enemy ด้วยนี่ ตกลงมันเป็นรีพรินท์ หรือเป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรกล่ะ พูดแบบนี้เลยชักไม่แน่ใจ

คิดๆไปรีวิวนิยายกับการ์ตูนญี่ปุ่นนี่ นอกจากคนรีวิวแล้วใครจะรู้เรื่องด้วยอ่ะแก๊ ปริมาณคนอ่านเทียบกับฉบับแปลแล้วมันน้อยมากเลย sad smile วิจารณ์อยู่คนเดียวก็ไม่มันสิ ต้องให้พวกชอบจับผิดรีวิวชั้นอ่านด้วยถึงจะมัน หิหิ

#8 By 思いきりやるから。。。 on 2008-04-14 22:38

#9 By (117.47.95.238) on 2009-03-12 15:50

อ่าว ตกลง the change มันเรื่องเดียวกับการ์ตูนเมื่อคุณหญิงจอมแก่นแต่งงานฯอะไรนั่นหรอครับ embarrassed (เห็นมานานแล้ว แต่ไม่เคยอ่านการ์ตูน)

เจไลท์โดยส่วนตัวชอบกระดาษแบบบางๆนะ sad smile (ที่เค้าว่ากันว่าห่วย) เพราะผมว่ามันเบาดีอ่ะ กระดาษช่วงเล่ม3มันหนาหนักแท้..
(แต่ถ้ามันซึมนี่ก็ไม่ค่อยขำเท่าไหร่)

เห็นด้วยอย่างแรงที่แต่ก่อนการ์ตูนแปลได้โดนใจกว่าopen-mounthed smile (จริงๆสมัยนี้นักแปลของเนชั่นบางคนก็สำนวนฮานะ)

#10 By [ Sai ];charot on 2009-03-24 19:52