เจ้าชายแห่งเขาวงกต
posted on 20 Apr 2008 07:29 by gammaray in Novel
เจ้าชายแห่งเขาวงกต (ขำๆ...)
ภาพ : Odagiri Hotaru
พักการอ่านไปชั่วคราวนะคะ เพราะไม่ค่อยมีเวลา รู้สึกมาพักใหญ่ๆแล้วว่าทำไมนิยายแนวนี้ที่เลือกมาแปลขาย ไหงความน่าสนใจมันลดลงทุกทีเลยน้าา T T แต่ได้หยุดสงกรานต์รู้สึกดีขึ้นเลยมีอารมณ์หยิบ Y มาพลิกๆดู (เหมือนจะเป็นเล่มแรกในรอบ 3 เดือน) เลือกหยิบเล่มนี้เพราะเป็นอะไรที่ใกล้เคียงหนังสือปกติด้วยล่ะค่ะ ช่วงหลังหันมาถล่มอ่านหนังสือปกติซะมาก - -* เอียนนิยาย Y แบบเดิมๆ ประเภทอ่านไป 50 หน้าเริ่มเดาตอนจบได้
เนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวการรีวิว มาเน้นที่ comment และความเห็นทั่วๆ ไป ก็จะให้พยายามให้สั้นลงด้วยแหละค่ะ มีแต่คนบ่นเขียนสั้นๆไม่เป็นหรือไงยะ... การรีวิวเนื้อหาปกติเป็นส่วนที่ชอบมากนะคะ วิจารณ์ตัวละคร มันส์ดี แต่คงไม่เน้นมากแล้วเพื่อเลี่ยงปัญหา ฉะนั้นคราวนี้ออกแนวมั่วเจ้าของบล๊อกก็ไม่รู้เหมือนกันจะเป็นอีท่าไหน -*-
เจ้าชายแห่งเขาวงกต เป็นชื่อเล่นที่อิชั้นตั้งเอง ชื่อภาษาอังกฤษจริงๆ หาเอาละกัน ไม่เกินความสามารถในการสืบเสาะหรอก นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายแนวแฟนตาซีที่ยกเอาปกรณัมกรีกมาเป็นแรงบันดาลใจแบบที่เรียกว่า ทั้งกระบิ ซึ่งอิชั้นไม่ได้พลิกไปอ่านสปอยท้ายเล่มก่อนหรอกนะ ....คือเหมือนช่วงหลังทอล์คผู้จัดทำหรือผู้แปลกลายเป็นมินิรีวิวนิยายตัวเองไปซะงั้น ดิชั้นไม่อยากโดนล้างสมองหรืออ่านอะไรที่มันเป็นการดีเฟนด์ตัวเองก่อนอ่านเนื้อหา สรุปก็เลยบรรจงอ่านตั้งแต่หน้าแรกไปเรื่อยๆ เอาเองดีกว่า
เจ้าชายแห่งเขาวงกต คือนิยายแฟนตาซี , ย้อนยุค , เจ้าชาย ซึ่งไปได้ดีกับความใสเกินขีดพิกัด ถ้าบอกว่าการ์ตูนแนวๆที่ อ.โอดางิริชอบวาดเป็นโชเน็งไอแล้ว อิฉันรู้สึกว่าเล่มนี้มันอ่อนกว่านั้นซะอีกค่ะ - -* แทบไม่มีคำบรรยายความรู้สึกของพระนาย เอ่อ...เรียกว่าคู่ตัวเอกจะเหมาะกว่า ที่มุ่งไปในเชิงชู้สาวเลย เน้นมิตรภาพของพี่ชายน้องชายล้วนๆ แม้ว่าพี่ชายจะห่ามห้าว ส่วนน้องชายเป็นคนดีที่โลก (เกือบ) ลืม สวยหวานบอบบางเกินพิกัด แต่ประเด็นนี้คิดว่าทุกคนคงไม่เดือดร้อน ของพรรค์นี้เค้าเขียนมาให้จิ้นค่ะ
ธีมหลักคือความขัดแย้งของฝาแฝด ผู้เป็นเหมือนแสงสว่างและเงามืด ระหว่าง เอโอส (ราชาไกอัส) และเซริอุส ทั้งที่ทั้งคู่เหมือนเป็นจิตวิญญาณครึ่งหนึ่งของกันและกัน หน้าตาก็เหมือนถอดออกมาจากพิมพ์เดียวกัน แต่ทั้งที่รัก ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่มีมาแต่เด็กของเซริอุสกลับเพิ่มมากขึ้นตามกาลเวลา จากรักกลายเป็นชัง จนในที่สุดเซริอุสตัดสินใจก่อเหตุโค่นบัลลังก์พี่ชายและสวมรอยแทน ฝ่ายเอโอสซึ่งสูญเสียความทรงจำก็หนีกระเซอะกระเซิงมาพบกับ เทโอ หัวหน้ากองทหารรับจ้างในที่สุด
เอโอส ได้เพื่อนใหม่มากมาย จนวันหนึ่งได้พบกับ ปิตารอส คนจากวังหลวง ปิตารอสจำเอโอสได้ จึงมาบอก ซาทีรอส ผู้ตำแหน่งใหญ่โตเทียบเท่าสังฆราชาของแคว้น ซึ่งเป็นแบ็กอัพข้างเซริอุส ซาทีรอสวางแผนโดยการส่ง เกลเกริอุส ไปสังหารเอโอส เกลเกริอุสรับคำสั่งและออกเดินทางมาพบกับเทโอและเอโอส เขาได้เปิดเผยกับเทโอว่า แท้ที่จริงแล้ว เอโอสก็คือเจ้าชายเซริอุส (ตามความเข้าใจของทุกคน) ที่เป็นกบฏพี่ชายตัวเอง และเป็นคนที่สังหารพ่อของเทโอตาย เทโอเกิดความเศร้าเสียใจและจะลงมือสังหารเอโอส แต่ก่อนที่จะได้ทำอย่างนั้น เอโอสได้ขอโอกาสพบกับพี่ชายตัวเองก่อนสักครั้ง ด้วยเหตุผลแบบคนดี๊คนดี
และแล้วเอโอสกับเซริอุสก็ได้เผชิญหน้ากัน ทั้งคู่ตัดสินชะตากันด้วยการแย่งชิงดาบศักดิ์สิทธิ์ในตำนานที่ถูกเก็บรักษาไว้ในเขาวงกต ที่นักปราชญ์ชื่อก้อง โซครานุส เป็นผู้สร้างขึ้น ซาทีรอสผู้มีเบื้องหลัง และเทโอที่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเพียงทหารรับจ้างก็ได้ประมือกันด้วย
โดยสรุปก็ประมาณนี้นะ ที่จริงพล็อตแบบนี้รู้สึกเกร่อๆ นะ เหมือนเจอในการ์ตูนหรือนิยายหลายเรื่อง - -" ประเด็นความขัดแย้งในใจของฝาแฝด รักและเกลียด จนอยากให้อีกคนหายไปจากโลกนี้ มันก็ดูเป็น conflict ที่น่าสนใจดี แต่พูดกันตามตรง จะด้วยเพราะสไตล์การเขียนของผู้เขียนหรือการแปลก็ไม่ทราบ อิชั้นรู้สึกว่าอารมณ์มันไม่ค่อยถึงยังไงไม่รู้ (บางตอนแอบง่วงแถมให้อีก) อาจเป็นเพราะลักษณะการเล่าเรื่องของผู้เขียนคือ บอกแต่ incidents หรือ fact ใคร ทำอะไร ที่ไหน ยังไง แต่ยังขาดๆ การบรรยายความรู้สึกและเหตุผลของตัวละคร อิชั้นจึงไม่ค่อยจะเห็นแบ็กกราวด์ที่จะทำให้เชื่อถึงแรงจูงใจในการกระทำใดๆ เลยค่ะ
ขอยกตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่าง 2 คู่ที่รู้สึกมึนๆ หนึ่ง ฝาแฝดเอโอสกับเซริอุส มีการเล่าถึงเรื่องในอดีตของทั้งคู่น้อยมาก จู่ๆขึ้นมาก็ผู้เขียนก็เอาแต่บอกว่าเซริอุสเกลียดเอโอสจนถึงกับต้องไล่ฆ่า อิชั้นจินตนาการภาพความขัดแย้งไม่ค่อยออก ยิ่งความรู้สึกและแรงจูงใจของเซริอุส ยิ่งไม่เคลียร์เข้าไปใหญ่ แค่เอาแต่พูดว่า "เธอเป็นแสงสว่าง ชั้นมันเป็นได้แค่เงามืด" มันไม่พอที่จะบิวท์ความเชื่อและอารมณ์คนอ่านค่ะ สอง เซริอุสกับปิตารอส ตกลงอิคู่นี้มันอะไรกันแน่ เคยรู้จักกันมาก่อนในรูปแบบไหน ยังไง แง่ไหน เมื่อไหร่ อะไร ใครรู้เรื่องบอกกรูที กรูโง่ -*- ไหนจะเทโออีก ตกลงอิสามคนนี้มันเคยรู้จักกันตอนเด็กใช่มั้ยคะ ประหลาดมาก ทำไมในเรื่องไม่มีการบอกให้มันเคลียร์กว่านี้ ไม่ใช่เทคนิคการเขียนทิ้งท้ายให้คิดเอง เหมือนเมคพล็อตมาแล้วทิ้งไว้แค่ครึ่งๆกลางๆ มากกว่า อ่านแล้วหงุดหงิดโคต -*-
ขอสรุปว่า สำหรับอิชั้นนิยายเรื่องนี้มันออกจะเฉื่อยๆ เฉยๆ เนื้อหาก็ไม่ถึงกับไม่มีอะไร แต่เรื่อยๆมาก จะหวังความสนุกในแง่ที่มันเป็นแฟนตาซีและพี่น้อง ก็พูดได้ไม่เต็มปาก จะหวังในแง่ aimai จิ้นๆ คลุมเครือๆ อิชั้นก็ไม่ค่อยจะมีอารมณ์จะจิ้นกับเค้า แต่มันแล้วแต่คนนะ ยกตัวอย่างอิชั้น ซื้อซีรี่ส์มีเพียงเราที่รู้มา บัดนี้ยังไม่เคยแตะ เพราะเคยเปิดอ่านไปได้หน่อยแล้วทนไม่ไหว น่าเบื่อชิบหอง -*- (ขอโทษคนชอบอ.โอดางิริและแฟนนิยายเรื่องนี้ด้วยนะ คืออิชั้นคิดว่าฉบับการ์ตูนมันก็เรื่อยๆ อยู่แล้ว ยิ่งเป็นนิยายยิ่งเรื่อยอย่างบอกไม่ถูก) เพราะฉะนั้นใครคิดว่าโอกับแนวนี้ และกำลังเบื่อแนวเดิมๆ หรือถนัดกับการอัพเกรดโชเน็งไอเป็นฮาร์ดคอร์ด้วยการใช้พลังจิ้น ก็น่าลองดู สำหรับอิชั้นเนี่ยขออ่านเอาเปลี่ยนบรรยากาศแล้วกัน
รูปเล่ม ปกติอิชั้นไม่ค่อยถูกใจอาร์ตข้างในง่ายๆ นะ ไม่ว่าเจ้าไหน แต่ไอ้ลายดอกกระจังกับกรอบในเล่มนี้แอบคิดว่าเลือกมาได้น่ารักดีเหมือนกัน อาร์ตเวิร์คข้างในก็โอเคอ่ะนะ แต่ปกหน้าปกหลังนี่มันธรรมด๊าธรรมดาตามสไตล์ปกนิยายเจ้านี้ ออกเหลืองอีกต่างหาก ไม่ชอบ = =
การแปล อยากร่ายยาว แต่จะพยายามกระชับ อาจขวานผ่าซากไปบ้างนะ
เพราะผู้ edit เป็นคนเดียวกันทุกเล่มเลยรึเปล่า อิชั้นเลยนึกถึง บุบผาจันทรา (ไม่ได้พิมพ์ผิด ก็เค้าพิมพ์ชื่อบนปกว่างี้) และอาจรวมถึงทุกเล่มของเจ้านี้ด้วย แพทเทิร์นเดียวกันเด๊ะ... ความรู้สึกโดยรวมแล้ว 70% อิชั้นว่าคุณภาพก็เป็นที่น่าพอใจนะคะ แต่อีก 30% ไม่ถูกใจเลย แต่เนื่องจากรีวิวเน้นที่การวิจารณ์ จึงจะขอพูดถึง 30 เปอร์เซ็นต์นั่นเป็นหลัก อย่าคิดว่าเอาแต่ติ
อ่านไป 30-40 หน้าแรก เริ่มได้ข้อสรุปว่า มาสไตล์เดิมอีกแระ เน้นความหรูหรางดงามไฮโซของภาษา ให้สมกับที่เป็นนิยายแฟนตาซีสินะ ก็ OK บรรยายถึงเอโอสว่างามหยาดฟ้ามาดินร่างบางผมสีเกาลัด ตาสีม่วงปากอิ่มแดงสด ฯลฯ เอาวะ ยังไงก็ได้ รักษาบรรยากาศได้ดีโอเคแล้ว แต่หลังจากนั้น... ขอลอกของเก่ามาเลยได้มั้ย คือมันขาดความสม่ำเสมอของระดับภาษาน่ะค่ะ บางตอนดูดีบางตอนงี้หรูเว่อร์เดียว หัวมังกุท้ายมังกร แบบว่าหนังสืออ่านเล่นเนี่ยทำไมจะต้องปั้นใหัศัพท์แสงดูหรูขนาดนั้นด้วย แถมจุดอ่อนยวบอย่างแรงคือ ลอยมากๆตรงไดอะล็อก ซึ่งทำให้อิชั้นต้องย้อนกลับมาอ่านตรงที่พูดกันยาวๆ ไม่ต่ำกว่า 2-3 ครั้งว่า ตกลงประเด็นหลักที่มันคุยกันคืออะไรกันแน่วะ กรูไม่เข้าใจ ==> "บางที ที่ว่าเหมือนกันอย่างเหลือเกินนั้น ไม่ได้เป็นแค่ความเข้าใจผิดหรอกหรือ? คนเราย่อมไม่อาจมองเห็นหน้าตาของตัวเองได้ ถูกหรือไม่? แม้คนอื่นๆ จะลงความเห็นว่าเหมือนกัน แต่ความเหมือนที่บอกว่ามองเห็น แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่ ความเหมือนกันได้หมายความรวมถึงลักษณะท่าทาง การแสดงออกการปฏิบัติต่อผู้อื่นที่เหมือนกันด้วยหรือไม่..." (p.131) อีแกมม่าหัวช้าค่ะพยายามจะลิงค์กับบริบทแล้วยังไม่ค่อยเก็ท -*- แล้วเทโอซึ่งบุคลิกห่ามๆเป็นคนพูดประโยคนี้น่ะนะ ไม่ได้แมชท์กันเล๊ย ใส่ให้ดูดีเข้าว่ารึเปล่า ฯลฯ ก็ขอยกตัวอย่างหน่อย ไม่อยากโดนกระแนะกระแหนว่าสักแต่วิจารณ์... อิชั้นคลับคล้ายคลับคลาว่าจะอะไรอย่างงี้หลายจุดอยู่ คือนี่ชั้นอ่านหนังสืออ่านเล่นฆ่าเวลาอยู่น่ะ ไม่อยากเสียเวลาย้อนมาอ่านทำความเข้าใจซ้ำๆ ทำให้เนื้อเรื่องที่น่าจะสนุกกลายเป็นน่าเบื่อไปซะฉิบ
ต่อมา เกี่ยวกับ Mythology... สารภาพว่า ชื่อเทพกรีกในเรื่องนี้ทำให้อิชั้นสับสนพอดูเลยค่ะ -*- ยกตัวอย่างเลยแล้วกัน ชื่อนายเอก เอโอส น่าจะเป็น => อิออส (Eos) อุษาเทวีของกรีก Eo- เป็นรากศัพท์ไปแมชท์กับคำไหนก็กร่อนเสียงเป็นอิโอ- หมดนะคะ ไม่เคยเห็นเอโอสอะไรนี่ซักที ตัวอย่างเช่น ยุคอิโอซีน (Eocene) ที่เป็น sub ของมหายุคซีโนโซอิค ช่วงต้นของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (เปิดกรุตำนานกรีกและโรมัน, ต่วย'ตูนพิเศษ) ราชรถชาริออต => chariot มันก็คือรถศึกที่ขุนศึกใช้กันทั่วไปนี่แหละ ทำไมจะต้องราชรถชาริออต แถม chariot ในภาพที่ยกมาประกอบก็คือเทพเอรีสด้วยซ้ำไม่ใช่อพอลโล เดมิเทส , เดมิเทล =>ดิมีเตอร์ (Demeter) เคเรส => ซีริส ซิเรส (Ceres ชื่อโรมันของดิมิเตอร์) เรโท => ลีโต ,ลีโตน่า (Leto/Letona มารดาของเทพแฝดอพอลโลและอาร์เทมิส) คุโรโนส => โครนุส (Cronus เทพวงศ์ไทแทน บิดาซีอุส) อาเรส => เอรีส (Ares) เฮปไปโทส => เฮปเฟสตุส (Hephaestus) ดีโอโนส => ไดโอนีซุส (Dionysus) เทพองค์ใหม่ในวงศ์โอลิมเปี้ยนส์เหรอคะ?? เทพีดีเก (p.101) =>???? ไม่สามารถหาที่มาได้จริงๆค่ะคำนี้ เทพีอะไร สงสัยมาก วานผู้รู้บอกทีได้มั้ย มันน่าจะมีที่มาแต่เห็นแล้วมึนๆ ซึ่งในบทบทบรรยายบอกว่า เป็นเทพีแห่งความเที่ยงธรรม ด้วยการใช้ตราชั่งแห่งความถูกต้อง ตอนแรกจินตนาการไปไกล สงสัยจะอนูบิสเทพอียิปต์ที่หัวเป็นสุนัข ที่ถือตาชั่งหัวใจผู้ตายรึเปล่า... แต่คิดไปคิดมาจริงๆแล้วอาจจะเป็น อธีน่า รึเปล่าคะ เพราะเธอเป็นเทพีแห่งสติปัญญาและความเที่ยงธรรม ไม่ทราบต้นฉบับที่ผู้จัดทำแปลมาบอกไว้ว่ายังไง?
คือว่า เสียงภาษาไทยพวกนี้เนี่ย ก็ไม่ได้บอกว่าต้องยึดเป็นสรณะหรือว่าต้องเป๊ะๆตามนั้นเสมอไปนะ อิชั้นออกเสียงตามความคุ้นเคยของตัวเองและจากรากศัพท์ภาษาอังกฤษ ซึ่งก็คงจะมีความต่างกันไปบ้าง แต่ที่ผู้จัดทำใส่มานี่บางคำมันอยู่เหนือความเข้าใจจริงๆ ค่ะ และมีอยู่หลายคำที่เห็นได้ชัดว่าอ่านแบบถอดเสียงจากญี่ปุ่นเป๊ะโดยไม่มีการเทียบกับสากลที่ใช้กันเลย ในเมื่อมันเป็นศัพท์ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปคุณก็ต้องเทียบกับสากลสิจะมาเอาตามญี่ปุ่นได้ไง Mythology เป็นอะไรที่เวิลด์ไวล์ม๊ากมาก ขนาดที่ค้นเจอได้ในทุกที่ วิกิก็มี หรืออ่านภาษาอังกิดแล้วเวียนหัวฉบับภาษาไทยมีขาย เดินไปร้านหนังสือก็เจอของ อ.สายสุวรรณ หรือ อีดิธ แฮมิลตัน แล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้ภาษากรีก (กรูก็ไม่รู้ -*-) แถมง่ายกว่าการแปลจากภาษาเฉพาะอย่างจีนเกาหลีเยอรมันฝรั่งเศสเพราะปกรณัมกรีกเป็นอะไรที่ค้นคว้าได้ตามร้านขายยาทั่วไป บอกตามตรงเจอแบบนี้ไม่ประทับใจค่ะ ข้อมูลก็ไม่ได้หายากอะไรเลย แล้วคำอ่านที่อาจจะคลาดเคลื่อนเหล่านั้นยังเอาไปใส่ในภาคผนวกที่เด็กอาจเอาไปอ้างอิงตามด้วย เป็นอิชั้นเจอแบบนี้กาหัวกระดาษนะคะ ...ที่หยิบเรื่องนี้มารีวิวทั้งที่พักนี้ขี้เกียจแตะ Y มากๆคงเพราะคาใจเรื่องนี้แหละ -*-
ไคลแม็กซ์ของนิยายเล่มนี้ คือการผจญภัยในเขาวงกตที่มาจากตำนานมิโนทอร์ที่ถูกขังอยู่ในเขาวงกตในนครรัฐครีต ผู้สร้างคือ เดดาลุส (Daedalus) แต่ในเรื่องเอามาใช้ในชื่อ โซครานุส อ่านนิยาย Y แล้วทบทวนความรู้เก่าไปด้วยก็โอเคแหละวะ ไม่ทำให้รู้สึกว่าเวลาสูญมาก - -*
หมายเหตุ : ดิชั้นหยิบหนังสือชุดของต่วย'ตูนมาอ้างอิงนะคะ ของอีดิธ แฮมิลตันไปไว้ไหนไม่รู้ แถมสำนวนเธอในฉบับแปลยังอ่านแล้วมึนเคดีแท้ กร๊ากก (แต่อิชั้นชอบตอนไซคีกับกามเทพนะ ซึ้งโคตๆ) ชุดของต่วยคลาสิกมาก อ่านง่ายและมีที่มาที่ไปของศัพท์ครบถ้วน ชอบที่เค้าเปรียบเทียบมากเลย โอลิมเปี้ยนส์ = วงศ์อสัญแดหวาของกรีก ใครเคยเรียนอิเหนาคงคุ้นอยู่นะ ^^
เป้าหมายต่อไป ดิชั้นอยากพรีวิว รามายณะ ของสนพ. เมืองโบราณที่เพิ่งออก แอบอ่านแล้วสนุกค่ะ แต่ชั้นจะไหวมั้ยนี่มันหนาตั้ง 850 กว่าหน้า
ป.ล. ชักงงมันต่างจากรีวิวปกติตรงไหน (ต่างนะ อิชั้นว่ามันน่าจะต่าง -*-??)
หงุดหงิด หงุดหงิดมาก ... เพิ่งรู้ว่าตอนนี้จีนกับฮ่องกงจำกัดคนเข้า?? วีซ่าแบบ multiple ถ้าเสือกได้ single แผนการก็พังไปแล้วครึ่งนึง เผลอๆไม่ได้เลยยิ่งชีช้ำ แค้นนนน สาดดดด ทำไมพักนี้ชีวิตมันเฮงซวยอย่างงี้ ไหนว่าหลังสงกรานต์ราหูยกแล้วไงล่ะโว้ย!
Edit
ขอเพิ่มเติมข้อมูลต่อจากเนื้อหาในเอ็นทรี่และ reply ด้านล่างเพื่อความถูกต้องสมบูรณ์ (จะทิ้งเอ็นทรี่ไปเฉยๆ ทั้งที่เผอิญไปเจอะข้อมูลเพิ่ม ก็ไม่สบายใจ)
Mythology มีฉบับแปลบริบูรณ์ออกมาเมื่อปี 49 ค่ะ โดย สนพ.อมรินทร์ ผู้แปลคือ นพมาศ แววหงส์ ในชื่อไทยว่า ปกรณัมปรัมปรา : ตำนานเทพและวีรบุรุษ กรีก - โรมัน - นอร์ส ราคา 315 บาท ฉบับนี้บรรจุ family tree และดัชนีค้นคำครบถ้วน ^^ พลิกไปดู Dike ผู้แปลอ่านว่า ไดคี (ดูตามแล้วมันก็น่าจะใช่อย่างนี้จริงๆ น่ะนะ ขอโทษที่ตอนแรกไม่รู้ ไม่ได้เรียนสัทศาสตร์มาอย่างละเอียดนี่หว่า = =)
เล่มนี้ไปค้นเจอในห้องป๊ะป๋า ไม่ยักรู้ว่าซื้อมานานแล้ว หลายคนในครอบครัวเราชอบขนซื้อหนังสือพอกัน ต่างคนต่างอ่านของตัวเองไม่ค่อยไปยุ่งกับหนังสือคนอื่นเท่าไหร่ = = อย่างไรก็ดีอิชั้นพลิกดูบ้างแล้วค่ะ สำนวนการเล่าเรื่องง่ายกว่าฉบับแปลอีกฉบับที่อ้างอิงไว้ด้านล่าง แต่ก็อ่านเพลินทั้ง 2 ฉบับนะ ^^
อีแกมม่ากำลังติดละครหนึบหนับค่ะ ทั้งหวันเบี่ยง ทั้งสารพัดละครเก่าที่มีคนเอา DVD มาให้ยืม... โอ้อนิจจัง ช่างกินเวลาว่างที่มีน้อยนิดไปมากเหลือเกิน T T บางวันอิชั้นถ่างตาดูในยูตุ๊ปถึงตี 2 ประมาณว่า อีกนิดน่า อีกหน่อยน่า อีกตอนเดียว... เช้าแหกขี้ตาตื่นไปทำงาน ผลคือผิวหน้าทรุดโทรมมาก ต้องแดกคอลลาเจนบำรุงวันละขวด เครื่องสำอางประดามีขนมาโบ๊ะหน้าให้เด้งเข้าไว้ (ยอมได้ที่ไหน ทำตัวโทรมๆเกิดวันไหนพบรักตามสถานี BTS จะไปล่อใครให้ติดกับได้)
แต่ทำไงได้ดูแล้วมันหยุดไม่ได้นี่นา ไม่น่าเล๊ย TAT
มีคิวรีวิวหนังสือหลายเล่มเลยค่ะ เปลี่ยนแนว (=> เป็นเผามากขึ้น) ใช้เวลาเขียนน้อยลง คงจะทยอยมาอัพได้บ้าง... ล่ะมั้งนะ จริงๆคือไม่อยากให้บล็อกมีแต่เอ็นทรี่ร้างๆ บูดค้างปีน่ะ
เดี๊ยนอ่านหวันเบี่ยงของคุณกฤษณามาตั้งแต่ก่อนเวอร์ชั่นกบบรู๊คแล้วค่ะ แต่ไม่ได้ดูกบบรู๊ค และไม่ได้สนใจจะจำรายละเอียดในฉบับนิยาย (พูดง่ายๆอ่านแล้วลืม) พอเวอร์ชั่นล่าสุดดังอิชั้นจึงไปหยิบมาอ่านใหม่ คือ... เอาเป็นว่าถ้าได้อัพเอ็นทรี่ใหม่จะทอล์คอันนี้แทรกไว้ตอนท้ายเป็นน้ำจิ้มนะ แหะ ^^
จะมีสององค์คือ Themis กับ Dike
รวมทั้งอธีน่าซึ่งเป็น Justice ถือตาชั่งด้วย

ร่วมคุยด้วยไม่ได้ เพราะพักหลังนี้ไม่ค่อยถูกโรคกับอะไรที่มันชดช้อยเท่าไร เพราะงั้นเล่มนี้ก็เลยผ่านค่ะ
พูดถึง Mythology นี่ ถึงกับไปเปิดดูป้าอิดิธ แฮมิลตันทีเดียว (คิดว่าต้นฉบับอ่านง่าย แต่คุณแกมม่าบอกว่าฉบับแปลอ่านมึนเหรอคะ เวร...
เทพีดีเก คงเป็น Dike (ดิเค) นะคะ
http://en.wikipedia.org/wiki/Dike_%28mythology%29
Justice is blind. ว้าว! <-ไม่เกี่ยวแล้ว
ชอบตำนานกรีกเวอร์ชั่นต่วยตูนเหมือนกันค่ะ อ่านแล้วฮาแตก ว่าไปต่วยตูนเขียนเรื่องพวกนี้ออกมาได้อ่านเข้าใจง่ายและมันส์ที่สุดแล้ว สงครามกรุงทรอยยังเขียนซะเคลียร์
#1 By rainorshine on 2008-04-21 02:52