เสียตังค์...
posted on 07 Apr 2009 18:07 by gammaray in BookBook
......... มาเล่าเรื่องงานหนังสือค่ะ
ไม่ขอใช้คำว่าว่า review งานหนังสือ หรือ review หนังสือ เพราะไม่ได้เขียนแบบตั้งอกตั้งใจว่าจะ ชั้นจะรีวิวล่ะนะ เลยออกมาอย่างที่เห็น ไหลไปเรื่อย น้ำเยอะมาก เขียนนั่นนี่ไปเรื่อย แถมตรงไหนคิดจะหยุดก็หยุดโม้ ตรงไหนคิดจะผ่านก็พูดถึงแบบผ่านๆ ไม่รู้อะไรเหมือนกันเอนทรี่นี้
ที่ใช้คำว่า เสียตังค์ เพราะหลังจากเดินจบงาน มีแต่คำๆนี้ผุดขึ้นมาในหัว หมดตรูดดดดดดดด ฮือออออ ในช่วงปีหลังๆ เริ่มตั้งเป้าว่าจะจำกัด งปม. ในการช้อปหนังสือ ไม่ให้เกิน 2000 ต่องานหนึ่งรอบ ปรากฎว่าแค่เดินแค่วันเดียวไม่ถึง 5 ชั่วโมง แบบไม่ได้เจาะลึก 100% หมดไปเกือบสี่พันกว่าแร้วค่า TAT ยังไม่ครบตามเป้าหมายเลย ถ้าแก้วแหวนเงินทองเป็นของหาได้เกลื่อนเกลาดตามพื้นดินเหมือนในเมืองลับแลก็คงจะดีสินะ คงเพราะคราวนี้ปริมาณหนังสือที่อยู่ในความสนใจมีพอสมควร คิดแล้วว่าซื้อมายังไงก็อ่านเก็บเข้าตู้ก็ไม่เสียดายพื้นที่ (หลังๆจะซื้อหนังสือคิดถึงพื้นที่ที่เหลือก่อนเลยค่ะ) ก็หยิบๆจ่ายไป
ยังไงก็ช่างเถอะ -_-" อยากอัพบล็อกก็เลยมาอัพ น๊านนานถึงจะบิวท์ขึ้น เอาไว้ให้หายเหนื่อยก่อนอิชั้นจะมาระดมอัพบล็อกที่เอ็กทีนแก้เบื่ออีก ตอนนี้ขอใช้เวลาว่างชื่นชมหนุ่มๆสุดรักไปพลางๆค่ะ กร๊ากกก ที่จริงเอนทรี่นี้ตอนเขียนโครงเสร็จเกือบล้มเลิกแล้ว รู้สึกมีหลายเรื่องต้องทำ -_-" ไปตจว.ด้วย แต่ไหนๆเขียนไว้เยอะแล้วกลับมาเลยอัพละกันพี่น้อง
เลือกไปงานวันศุกร์แรกหลังบ่ายสอง มีคนขู่ว่าคนเยอะนะเอ็ง อิชั้นหัวเราะเยาะแล้วบอกว่าวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์และความเชื่อมั่นติดลบอย่างนี้คนไม่ค่อยแน่นดอกย่ะ จากประสบการณ์ในปีหลังๆ สภาพการณ์ที่คนยัดทะนานขนาดต้องไหลไปตามทางเดินไม่ค่อยจะเห็นแล้ว มีแต่แน่นๆปานกลางแต่ยังหายใจออก สีทนได้... พอรถใต้ดินถึงสถานีศูนย์สิริกิติ์เท่านั้นล่ะ กรี๊ดดดคนแห่มาจากไหนวะ T T เป็นโรคเกลียดคนเยอะๆค่ะรู้สึกโดนดูดพลังงาน เลยหมดแรงดูแผนที่ เริ่มเดินเซอร์เวย์เองเลย ตรงไปที่แพลนนารี่ฮอลล์ก่อนค่ะ เลียบค่ายไปตามด้านข้างฮอลล์แล้วคอยชะโงกหน้าสำรวจบู้ทต่างๆ จนถึงแถวสุดท้ายก็ตั้งต้นช้อปจริงจัง แวะเข้าไปในบู้ทแรก สมาธิพร้อมตังค์พร้อม ลุย~
พุ่งเข้าไปที่ สโมสรหนังสือรหัสคดี (สนพ.รหัสคดี) เป็นบู้ทแรก ใครชอบอ่านนิยายแปลคลาสิกติดลมบนคงรู้จักรหัสคดีดี อิชั้นไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้นิยายสืบสวนเท่าไหร่แต่สนใจตามข่าวหนังสือแนวนี้อยู่บ้าง อันเนื่องมาจากจากนิยาย เชอร์ล็อค โฮล์มส์ สมัยสนพ.ดอกหญ้าพิมพ์ออกมาเมื่อครั้งกระโน้น เป็นฉบับแปลของ อ.สายสุวรรณค่ะ มีแค่ 5-6 เล่มจากทั้งชุดเพราะตอนนั้นยังขอตังพ่อแม่ ก็ซื้อบ้างไม่ซื้อบ้าง ลองสำรวจหนังสือในบู้ท เค้าเอาเชอร์ล็อค โฮล์มส์ฉบับ อมรินทร์ มาขายด้วย ครบเซ็ทเลยค่ะ เป็นฉบับอ.สายสุวรรณแปลเช่นเดิม เด็กๆรุ่นหลังคงไม่คุ้นกับสำนวนแบบนี้เท่าไหร่ อย่างสรรพนามที่ใช้รุ่นโบราณมากค่ะ หมอวัตสันกับโฮล์มส์นักสืบหัวเห็ดใช้สรรพนามว่า กัน , แก แรกๆก็มึนเล็กน้อยแต่อ่านไปอ่านมามันส์ สำนวนโบราณๆบรรยายเยอะๆแบบนี้แหละให้อารมณ์ล๊อนด่อนในยุคนั้นได้ดีแท้
ส่วนเชอร์ล็อค โฮล์มส์ของรหัสคดี จะเป็นเล่มที่ชื่อว่า นพศูล เป็นเรื่องสั้นของตัวละครทั้ง 9 ที่เกี่ยวกับโฮล์มส์ อื่นๆที่อิชั้นสนใจก็เป็นหนังสือชุด เอลเลอรี่ ควีน เล่มล่าสุดชื่อ ปริศนากางเขนอียิปต์ เล่มนี้ก็ท่าจะคลาสิกนะเปิดมาหน้าแรกอุทิศถึง เอ็ดการ์ อัลแลนโป (สำหรับคนที่ไม่เคยได้ยิน แกเป็นประมาณบิดานิยายสืบสวนรุ่นแรกๆชื่อก้องปฐพีค่ะ) ลองค้นดูมีคนเอาไปแปลแล้วทำบทวิเคราะห์เป็นวิทยานิพนธ์ด้วย สนใจจิ้มกูเกิ้ลดูเอง ตบท้าย แบบแว่...รหัสคดียังไม่มีเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ พยายามจะหาข้อมูลมาเพื่อจะอินเสิร์ทลิงค์ ไม่เจอเลยค่ะพี่น้องที่เคารพ
ต่อมาก็เดินมาแถวเดียวกันแต่อีกฝั่ง Bliss นั่นเองค่ะ คนเริ่มแน่น เริ่มเสียใจอีกแล้ว ไม่น่าประมาทเลยช้าน TAT มาวันอื่นที่ไม่ใช่ศุกร์เสาร์อาทิตย์ก็ดี ค่อยๆกระแซะเข้าไปจนถึงด้านหน้าแล้วก็ร้องบอกคุณน้องพนักงานหน้าใส คำแรก โชเน็นเล่มนึงค่ะน้อง แล้วก็ขอดูปก A B C ฯลฯ ด้วย (ที่หมายตาไว้) โชเน็น อนเมียวจิ เล่ม 8 รวมตอนพิเศษ 4 ตอน หนาปึ้ก ใชับัตรลด 30% ที่เค้าหว่านแจกสมาชิกซื้อเลยยิ่งถูกหนัก ตอนแรกเห็นเป็นรวมเรื่องสั้นก็หน้าเบ้ มามุขนี้อีกละ อิตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มคนเขียนชอบเขียนเรื่องสั้นยืดจำนวนเล่มหรือขัดจังหวะเนื้อเรื่องทุกที (ปล.เป็นข้อสังเกตของอิชั้นเองไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ทราบแล้ว) กะว่าอ่านแก้เบื่อซักตอนก่อนนอน...ไปๆมาๆจบเล่มเลยค่ะ 5555+ มันก็สนุกไปอีกแบบ ขอโทษที่ตีตนไปก่อนไข้ รู้สึกว่าเนื้อหาของในส่วนเรื่องสั้นจะเพิ่มฉาก "จิ้นๆแซวๆ" ระหว่างหนุ่มน้อยมาซาฮิโระกับท่านหญิงอากิโกะมากขึ้นอย่างรู้สึกได้ จากเล่มก่อนๆที่ภาพของทั้งคู่ยังคงคลุมเครือด้วยมิตรภาพของเด็กชายเด็กหญิง โถ..เด็กๆโตเป็นหนุ่มสาวกันแล้วสินะ ป้าใจหาย แต่อันที่จริงมาซาฮิโระที่ผ่านพิธีเก็มปุขุตั้งแต่เล่มต้นๆเค้าก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วล่ะค่ะคุณ อร๊ายยยยย... บุงโคใหม่ๆก็มีแต่รู้สึกไม่น่าสนใจ ที่จริงอ่านของ Jlight มานี่ที่ใช่แนวก็มีไม่กี่เรื่อง ส่วนใหญ่มันเบาเกินกว่ารสนิยมอ่ะค่ะ
แนวลึกลับเขย่าขวัญสืบสวนที่น่าสนใจให้อัพเดทตามธรรมเนียมก็ คินดะอิจิ 15 คินดะอิจิ 16 และที่ซื้อมาเพราะอยากอ่านคือ Roommate กับ แผนลักพาตัว 99% ใส่ปกแล้วแต่ยังกองแน่นิ่ง ยังไม่ได้แตะซักเล่ม นี่คนที่บ้านก็ซื้ออะไรของ Bliss มาเพิ่มอีกไม่รู้ ยังไม่ได้สำรวจ
ตั้งใจจะเดินเฉียดบู้ท นานมี ซะหน่อย ไปดู วานวาน เล่มล่าสุดที่ยังไม่มีโอกาสอ่านซะที กับ Coffee Prince ทีออกมาเมื่อชาติปางก่อน นานๆทีอยากจะมีอารมณ์อ่านนิยายวัยรุ่นโดยเฉพาะเกาหลีที่มีแต่อีโมไอค่อนชวนปวดหัว ก็ว่าจะลองซื้อมาดูล่ะนะ แต่...แต่... ฝ่าคนเข้าไปไม่ไหว มีทั้งเด็กทั้งผู้ปกครองจูงลูกหลานมาซื้อหนังสือสำหรับเด็กเต็มไปหมด TAT แล้วคุณพี่ผู้ชายข้างหลังแมร่งก็เบียดอยู่ได้ รู้ว่าอยากเดินต่อแต่ไม่เห็นรึไงหาว่ามันไม่มีที่ให้ชั้นขยับแล้วว -*- อารมณ์หงุดหงิดแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ เค้าคงไม่ได้ตั้งใจค่ะ แต่อิชั้นถือสามากเรื่องการละเมิดขอบเขตส่วนบุคคล เลยหันไปแยกเขี้ยวใส่ให้เห็นกันจะๆ เวลาปรี๊ดขึ้นตบเกรียนแตกมาแล้วไม่มีคำว่าหน้าบางในสารบบค่ะ ใครไม่เคยอ่านบล็อกนี้ลองพิสูจน์ได้ เรื่องของเรื่องชั้นเป็นผู้หญิงยิงเรือนะยะ ซีเรียสเรื่อง Social distance มากด้วย (เหมือนจะเคยเขียนในซักเอนทรี่ว่าไม่ชอบให้ใครเข้ามาใกล้ชิดเกิน) อย่าว่าแต่คนไม่รู้จัก คนรู้จักแต่ไม่สนิทก็จะทิ้งระยะห่างระหว่างบอดี้แต่พองาม เหตุผลสำคัญมากคือใส่กระโปรงสั้นค่ะ กระโปรงยีนส์น่ะคิดภาพเอาเอง เกิดมีพวกโรคจิตมาถ่ายใต้กระโปรงตามที่คนแน่นๆคงรู้สึกอี๋แหวะมาก อ่ะนะคิดไปเรื่อย แต่สังคมสมัยนี้สอนให้คนมองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อนไม่ใช่เรอะ งานนี้โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง ใส่กางเกงปลอดภัยกว่า
เดินไหลไปเรื่อยๆ จนสะดุดบู้ท ริเวอร์บุ๊คส์ ของตระกูลจักรพงษ์ หยุดดูเพราะแรงบันดาลใจอย่างเดียว ท่านบรรพบุรุษของพี่ฮิวโก้ทรงพระหล่อมากเลยเพคะ เสียดายพี่ฮิวโก้แต่งกับฮาน่าซะแล้ว T^T แวะดูหนังสือคลาสิกแต่รีปรินท์ซะงามงด ราคาก็งดงามตาม อย่าง แคทยากับเจ้าฟ้าสยาม และ เกิดวังปารุสก์ คิดไว้แน่ๆล่ะค่ะว่าถ้าโอกาสเหมาะๆจะซื้อ เกิดวังปารุสก์ เพราะนอกจากเนื้อหาจะอ่านเพลินแล้ว ดูเหมือนว่าท่านผู้เขียนมีนัยยะตัดพ้ออะไรด้วย (ไม่ใช่เรื่องที่พูดไม่ได้แต่กรุณาไปหาอ่านรีวิวเอาจะดีกว่า) ใครสนใจก็ลองไปชมวังจักรพงษ์ เค้าเปิดให้เข้าชมแล้ว รู้สึกจะเสียตังค์ 500 แต่มีออฟชั่นเสริมน่าสนใจหลายอย่าง เพื่อนที่เคยไปบอกว่าพี่ฮิวโก้ของดิชั้นมีส่วนในการจัดทำพรีเซนเตชั่นด้วยอ่ะ กี๊ส
ผ่านบู้ท สันสกฤต ที่อยู่ติดกัน แปลกๆดีตรงที่ฝรั่งเป็นเป็นคนขาย บู้ทนี้มีหนังสือใหม่ออกบ้างแต่สะดุดตรง ศานสตาราม ออกมาสองปีไแล้ว -_-" เชยฉุดๆ พลิกดูแล้วน่าอ่านมากค่ะ เป็นบันทึกเขียนในรูปแบบนวนิยายของชาวตะวันตกคนนึงที่เจอกับเรื่องราวต่างๆในแดนภารตะ เพิ่งรู้ด้วยว่าจะทำเป็นหนัง ป๋าเดปป์เล่น กี๊ดดด กี๊ดดดดดดดดดดดดด จับๆอยู่แล้วตัดสินใจว่าจะหาแหล่งที่ถูกกว่านี้เพราะลดแล้วยัง 4-5 ร้อย T_T
เดินวกไปฝั่งที่ติดผนังยาว บู้ท ผีเสื้อ อยู่ที่เดิมเหมือนทุกปี (เหมือนๆบ้านวรรณกรรม อมรินทร์ เนชั่น ที่อยู่โซนเดิมๆ) แต่รู้สึกปีนี้มีสีสันเป็นพิเศษเพราะหนังสือปกใหม่หลายเล่มเลย เทียบกับบู้ทนิยายปกลูกกวาดแล้วอาจจะไม่ถึงเสี้ยว แต่ก็ยังเห็นแฟนพันธุ์แท้วรรณกรรมแปลมุงหลายคนค่ะ ซื้อกันคนละเป็นพัน อิชั้นอยากให้คนมามุงหนังสือแบบนี้กันเยอะๆแบบนิยายปกลูกกวาดมั่งนะ เฮ้อ เล่มแรกที่คว้ามาฉับ แบบ กรูซื้อแน่ คือ อาทิตย์อุทัยดั่งสายฟ้า คุณปาริฉัตร เสมอแข บก.สนพ.ลงมือแปลเอง ความน่าสนใจน่ะหรือคลิกไปอ่านดูได้เลย เป็นหนังสือที่เขียนและวาดภาพประกอบโดยทหารชาวอังกฤษที่เจอประสบการณ์จริงในสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเหตุการณ์เกี่ยวกับสะพานข้ามแม่น้ำแควด้วย พิมพ์ออกมา 3 แบบค่ะ คือ ปกอ่อนไซส์ปกติ (ถูกสุด) ปกแข็งไซส์ปกติ (แพงสุด) และ ปกแข็งไซส์พกพา (ราคากึ่งกลางระหว่างสองแบบแรก) อย่างที่รู้ว่าหนังสือผีเสื้อราคาค่อนข้างสูงตามคุณภาพ เลยคิดอยู่นานกว่าจะเลือกแบบไหนดี ตกลงก็เอาไซส์เล็กปกแข็ง ข้อดีมีหลายประการ คือ เป็นปกแข็งเย็บกี่ ทนทานอยู่ได้เป็นร้อยปี รูปเล่มกะทัดรัดน่าเก็บมาก แถมน้ำหนักเบาถืออ่านไม่เมื่อยมือ มีโบว์เส้นๆเอาไว้ให้คั่นหน้าด้วย คลาสิกอะไรเยี่ยงนี้ โดยรวมแล้วราคาคงไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจ เพราะแพงกว่าปกอ่อนแค่ 50 กว่าบาทเอง - -" แล้วอย่างที่ทราบกันว่านโยบายของผีเสื้อการไม่ลดราคาในงาน เล่มนี้หน้าปก 341.50 บาท อิชั้นจ่าย 340 ถ้วน T T พี่พี่เค้าแทบไม่ลดเลยค่ะ ที่อยากได้อีกสามเล่มคือ ผมไม่กลัว นิยายรางวัลอิตาลี นางนวลกับมวลแมวผู้สอนให้นกบิน ถูกล่อเพราะเป็นเรื่องน่ารักๆเกี่ยวกับสัตว์ รูปปกที่เป็นน้องแมวก็น่ารักมากๆ เกือบไม่ได้เขียน นิยายรางวัลอังกฤษ แต่ไว้จะไปซื้อร้านหนังสือ อย่างน้อยบัตรคิโนะก็ลด 10% ถูกกว่าในงาน (ที่จริงไม่มีบัตรก็ลด ใครเป็นขาประจำคงรู้ว่าเค้าจัดโปรโมชั่นหนังสือใหม่และหนังสือโปรโมทลด 10% ตลอดชาติ) ความที่อยากอ่านอาทิตย์ฯ ก่อนเลยซื้อมา อ่านไปได้หน่อยแล้วก็สนุกดี
เดินผ่านบู้ท เอเชียบุ๊คส์ มองแบบเริ่ดเชิดหยิ่งเพราะจริงๆแล้วไม่ค่อยจะมีปัญญาอ่านอังกิด TAT ...... อ๊าาาาสุโก่ยย ทไวไลท์ครบเซ็ท 4 เล่ม! เห็นสาวๆมุงหยิบๆจับๆกันเลยเฉียดเข้าไปดูบ้าง อิชั้นไม่ใช่สาวกทไวไลท์ดอกนะคะ ดูหนังเสร็จแล้วก็เอามากรี๊ดพี่เอ็ดเวิร์ดชั่วระยะ แล้วก็ไปกรี๊ดอะไรใหม่ๆต่อตามนิสัย แต่หนังและนิยายที่ผ่านตามาทั้งหมดก็ทำให้อยากอ่านภาคต่อจาก Eclipse อยู่เหมือนกัน เอื้อมมือไปหยิบ Breaking Dawn มาดูๆแลๆ (คือณ จุดๆนั้นยังไม่รู้ว่าในงานเพิ่งวางขาย Breaking Dawn ฉบับแปลเล่มล่าสุดร้อนๆ) สี่ร้อยกว่าบาทค่ะพี่น้อง TAT เก็บเงินไว้ซื้อนิยายอื่นดีกว่า ในส่วนของภาคพิเศษ Midnight Sun ที่เป็นรีเวิร์สของเล่มแรก คือมุมมองพระเอกที่มีต่อนางเอกก็อย่างที่รู้กัน ยังไม่พิมพ์ค่ะ ไปอ่านได้ในเว็บที่คุณสเตฟได้ลงไว้บางส่วน
ที่เขียนนี่คัดเลือกจากในแพลนนารี่ฮอลล์มาสุดขีด ไม่กี่บู้ทแต่ไหงยาว เดินแพลนนารี่จริงๆก็เป็นชั่วโมงแล้ว ความที่ไม่ได้อาศัยแผนที่ดุ่มๆดูมันไปเรื่อย คิดว่าเก็บครบแล้วที่ไหนได้อีกสามชั่วโมงผ่านไปต้องกลับมาใหม่... เขียนในบล็อกนี่ไม่เห็นภาพหรอก แต่ความรู้สึกคือเหมือนไปออกรบเดินทางไกลร้อยลี้ ประมาณนั้นอ่ะ - -* คนอื่นเป็นไงไม่ทราบแต่อิชั้นแพลนไปงานหนังสือปุ๊บจะต้องเตรียมพร้อมทุกอย่าง กินไปให้อิ่ม กระเป๋าเลือกแบบเปิดง่ายหยิบเงินง่าย น้ำหนักเบา ส้นสูงลาขาดเพราะต้องเดินเยอะ ส้นแบนแบบแบบราบก็ไม่ได้ ไม่ดีต่อสุขภาพฝ่าเท้า เสื้อผ้าไม่หนาเกินแต่ต้องกันแอร์ได้ ไม่อึดอัดคับแน่นเกินแต่ก็ไม่หลวมโพรกเป็นอีป้า (การปล่อยเนื้อปล่อยตัวเป็นสิ่งที่อิชั้นทนไม่ได้อย่างแรงค่ะ) ซับมันลิปกลอสพร้อมเพราะอยู่ในแอร์หน้าจะมัน ปากจะแห้ง ==> นี่เมิงจะไปซื้อหนังสือหรือไปรันเวย์แคทวอล์คไหนมิทราบคะ สาบานได้ว่านี่เรื่องจริง ถ้ารู้ว่าวันไหนต้องใช้พลังงานเยอะจะเตรียมพร้อม ยิ่งงานหนังสือ ไม่ได้สักแต่ว่าดูไปเรื่อยๆแล้วซื้อๆค่ะ อิชั้นจะชอบมองนั่นนี่ ดูแนวโน้มหนังสือของบู้ทต่างๆไปด้วย คนเดินสวนกันงงว่าอินี่สายตาจะสอดส่ายอะไรนักหนา ที่จริงไม่ต้องใช้ความคิดอะไรขนาดนั้นแต่มันจะต้องอาศัยสมองที่ปลอดโปร่งและการลำดับความจำพอสมควร อะไรเป็นปัจจัยเสริมให้สภาพทางกายภาพเกิดความสบายที่สุดได้ก็ทำค่ะ (แต่อย่างที่เกริ่นไว้คือวันนี้เดินแบบไร้แผนการมากๆ - -* เลยไม่คิดว่ามันเป็น review)
มาฮอลล์ด้านนอกบ้างค่ะ
ตั้งใจพุ่งไปที่ มติชน ก่อน เพราะมันจะมีหนังสือใหม่ให้ซื้อทุกครั้ง พวกคุณได้ยินข่าวดังเรื่องลูกปัดสุริยเทพใช่มั้ยคะ? ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ก็คือคุณหมอบัญชาเจ้าของลูกปัดสุริยเทพนั่นเอง อิชั้นไม่ได้หยิบมานำเสนอในที่นี้เพราะกระแสข่าว แล้วก็ยังไม่คิดจะซื้อหนังสือเล่มนี้ทันทีด้วยเพราะราคาตั้ง 600 ฝ่าๆ 555+ เพราะความสนใจส่วนตัวค่ะ หนังสือพิมพ์สี่สีสวยงาม ขนาดหนาพอจะจะเรียกได้เต็มปากว่าเป็นหนังสืออ้างอิงขึ้นหิ้งเล่มนี้ชื่อ รอยลูกปัด อิชั้นเป็นคนชอบพวกหินสี คริสตัล อะไรเทือกนี้ค่ะ (เพชรพลอยก็ชอบมากๆแต่ไม่มีตังซื้อ TAT) ลูกปัดโบราณนี่เมื่อก่อนไม่รู้จักและไม่มีความรู้เลย จนมีครั้งหนึ่งได้ไป พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด หยุดยืนอยู่ที่ตู้โชว์ลุกปัดนานมากค่ะ... จ้องทีละเม็ด ทีละเม็ด จ้องแล้วจ้องอีกไม่มีเบื่อ นึกทึ่งในลวดลายและรูปทรงแปลกๆครีเอท แบบที่ไม่น่าเชื่อว่าคนโบราณจะทำได้ขนาดนี้ (จริงๆนะ ทึ่งมาก) จากนั้นไม่นานก็ได้มีโอกาสไป พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา ที่จังหวัดสงขลา ไปถึง ห้องลูกปัด แทบกรี๊ดสลบเหมือด มีลูกปัดโบราณละลานตาล้านแปด เยอะแยะมากมาย สวยกว่าวังสวนผักกาดอีก วนอยู่ตรงห้องนั้นนานมากกกก มากกกกกกกกกกกก เลยรู้สึกตัวว่าประทับใจลูกปัดโบราณเป็นพิเศษตั้งแต่ตอนนั้นเอง เหตุนี้ ก็เลยเอาหนังสือเล่มนี้มาพูดถึงค่ะ
เล่มอื่นที่สนใจอยู่ก็มี ชิงบัลลังก์พระนารายณ์ พงศาวารจากบันทึกที่พบในฝรั่งเศส อิชั้นว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของ missing link นะ ใครที่เรียนด้านนี้โดยตรงคงเป็นไฟท์บังคับว่าต้องอ่าน กรีก-โรมันในอุษาคเนย์ โดย ไมเคิล ไรท์ ฝรั่งตะวันตกผู้เชี่ยวชาญไทยคดีศึกษา อาทิตย์ไหนซื้อมติชนสุดฯ ก็อ่านคอลัมน์ของแกอยู่ค่ะ
ต่อมาออกแนวความรู้หน่อย แต่เป็นความรู้ที่ลองพลิกอ่านดูแล้ว พูดได้ว่าสนุกและอ่านเพลินเลย คือ พระราชชายาเจ้าดารารัศมี กับ เจ้านาย... ขออภัยไม่เจอในเว็บ -*- ไม่แน่ใจว่าคือ เล่มนี้ รึเปล่านะ (ขนาดตั้งสติจำมาแล้วยังหลุด...) ยืนอ่านอยู่เกือบตอนค่ะ ถ้าไม่ติดว่าเย็นแล้วและต้องไปเดินบู้ทอื่นต่ออาจได้อ่านไปเรื่อยๆจนจบ คริคริ ก็คือรู้สึกว่าอะไรที่เป็นเกร็ดในประวัติศาสตร์มันสนุกดี ถ้าตัดสินจากเพียงหน้าปก หลายคนที่ไม่ค่อยได้สัมผัสหนังสือแนวนี้อาจส่ายหน้า แต่ลองอ่านจริงๆไม่น่าเบื่อนะคะ ไม่ได้เป็นหนังสือวิชาการจ๋าๆ ^^
อีกเล่มที่ซื้อมาคือ เมื่อลูกน้อยพูดถึงชาติก่อน เป็นหนังสือไม่เก่ามากประมาณ 10 ปีนีดๆ ออกเมื่อใกล้ปี 2000 แต่อันที่จริงถ้าใครเป็นหนอนหนังสือจะรู้ว่าบทความเกี่ยวกับเรื่องระลึกชาตินี่ในบ้านเรามีพูดถึงมาเป็นสิบๆปีแล้ว ใครสนใจจะต้องเคยได้ยินชื่อ ดร.เทพพนม เมืองแมน และ ดร.เอียน สตีเวนสัน แน่ๆ ดร.เอียนเก็บข้อมูลจากเด็กที่ระลึกชาติได้ด้วยกระบวนการสัมภาษณ์ประมาณ pre-post ที่เชื่อถือได้ คือมีการตามเรื่องอีกหลายๆปี มีข้อมูลอ้างอิงมากมายให้หาอ่าน
ที่จริงซื้ออะไรๆของมติชนมาอีก นอกจากลับลวงพราง Episode 2 กร๊ากกกก แต่เกี่ยวข้องกับความสนใจส่วนตัวมากๆค่ะไม่ขอพูดถึง ^^
publish ดูก่อน draft เอนทรี่ทิ้งไว้สองวันแล้ว... ช่วงหลัง อืดดดดด มากกกกกกกกก กว่าจะขยับตัวเรื่องเขียนบล๊อกได้แต่ละที เหนื่อย
ยังได้แค่ครึ่งของที่เขียนไว้เอง -*- นี่มันบล็อกเขียนเล่นหรืออะไรกันแน่ หรือจริงๆแล้วมีแต่น้ำ ไม่เข้าใจ
ปล. กดดูหน้าบล็อกแล้วยาวอิ๊บอ๋าย TAT เอาไงดีไว้ว่างค่อยต่อดีมั้ยวะ

แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว รับแท็กหนังสือไปนะเครอะ
#1 By + + n e o r o s i f i x + + on 2009-04-09 02:10